Embryo freeze

Q: ตัวอ่อนสามารถแช่แข็งเก็บรักษาไว้ได้นานแค่ไหน?
A: ด้วยเทคโนโลยี Vitrification ตัวอ่อนสามารถแช่แข็งได้ยาวนานหลายปี หรือมากกว่า 10 ปี โดยที่ความสมบูรณ์และคุณภาพของเซลล์ตัวอ่อนจะไม่ลดลงตามกาลเวลา

surrogacy

Q: เด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทน จะเป็นลูกตามกฎหมายของใคร?
A: ตามกฎหมายปัจจุบัน (พ.ร.บ. ปี 2558) หากเป็นการตั้งครรภ์แทนที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากคณะกรรมการควบคุมฯ เด็กที่เกิดมาจะถือเป็น บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรสที่เป็นผู้ขอให้มีการตั้งครรภ์แทน ตั้งแต่แรกเกิดทันที หญิงผู้รับตั้งครรภ์แทนไม่มีสิทธิ์ในตัวเด็ก
Q: สามารถจ้างคนนอกที่ไม่ใช่ญาติมาอุ้มบุญได้ไหม?
A: กฎหมายกำหนดให้หญิงผู้รับตั้งครรภ์แทนต้องเป็นสายเลือดเดียวกันกับสามีหรือภรรยา เว้นแต่ในกรณีที่คู่สมรสไม่มีญาติสืบสายโลหิตเลย จึงจะสามารถเสนอหญิงอื่นให้คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติเป็นรายกรณีได้
Q: อัตราความสำเร็จของการตั้งครรภ์แทนเป็นอย่างไร?
A: มักมีอัตราความสำเร็จที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากหญิงผู้รับตั้งครรภ์แทนจะถูกคัดเลือกจากผู้ที่มีสุขภาพมดลูกที่แข็งแรงสมบูรณ์และเคยมีประวัติคลอดบุตรปกติมาแล้ว ปัจจัยความสำเร็จจึงขึ้นอยู่กับคุณภาพของตัวอ่อนของคู่สมรสเป็นหลักครับ

Donation

Q: ลูกที่เกิดจากไข่บริจาคจะเหมือนเราไหม?
A: ในทางพันธุกรรม (DNA) ลูกจะได้รับครึ่งหนึ่งมาจากฝ่ายชาย (สามี) และอีกครึ่งหนึ่งจากผู้บริจาคไข่ อย่างไรก็ตาม การเจริญเติบโตและการแสดงออกของยีน (Epigenetics) จะถูกหล่อเลี้ยงและส่งผลโดยตรงจากสารอาหาร สภาพแวดล้อม และระบบไหลเวียนโลหิตจากตัวคุณแม่ผู้อุ้มท้องตลอด 9 เดือน รวมถึงหน้าตาและพฤติกรรมมักจะละม้ายคล้ายคลึงกับคนเลี้ยงดูด้วย
Q: การทำไข่บริจาคมีข้อกำหนดทางกฎหมายในประเทศไทยอย่างไรบ้าง?
A: ตามกฎหมายไทย คู่สมรสต้องเป็นคู่ที่จดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และผู้บริจาคไข่จะต้องเป็นญาติสืบสายโลหิตของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือหากไม่ใช่ญาติ จะต้องเป็นผู้บริจาคที่ผ่านเกณฑ์ที่แพทยสภากำหนดและไม่มีการซื้อขายไข่ในเชิงพาณิชย์อย่างเด็ดขาด
Q: อัตราความสำเร็จของการใช้ไข่บริจาคสูงไหม?
A: ค่อนข้างสูงกว่าการใช้ไข่ของตัวเองในผู้หญิงที่มีอายุมาก เนื่องจากไข่มาจากผู้บริจาคในวัยเจริญพันธุ์ที่แข็งแรงและสมบูรณ์เต็มที่ ทำให้อัตราการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนที่มีคุณภาพสูงมีเปอร์เซ็นต์ที่สม่ำเสมอมากกว่า

TESE

A: ทำ TESE เจ็บมากไหม? ต้องพักฟื้นนานเท่าไหร่?
Q: ระหว่างทำคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บเพราะมีการใช้ยาชาหรือยานอนหลับอย่างเหมาะสม หลังทำอาจมีอาการระบมตึงๆ เล็กน้อย สามารถกลับไปทำงานที่ไม่ต้องออกแรงหนักได้ภายใน 2-3 วัน และแผลจะหายสนิทใน 1-2 สัปดาห์
A: อสุจิที่ได้จาก TESE มีคุณภาพดีไหม?
Q: แม้อสุจิที่เก็บจากอัณฑะโดยตรงจะยังว่ายได้ไม่ดีเท่าอสุจิที่หลั่งตามปกติ แต่โครงสร้างและความสมบูรณ์ทางพันธุกรรมภายในนั้นพร้อมสำหรับการทำ ICSI เพื่อปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนที่แข็งแรงได้
A: โอกาสสำเร็จในการพบตัวอสุจิจากการทำ TESE มีมากแค่ไหน?
Q: หากเป็นกลุ่มที่มีภาวะท่อนำอสุจิตัน โอกาสตรวจพบตัวอสุจิจะสูงมากเกือบ 100% แต่หากเป็นกลุ่มที่อัณฑะมีความบกพร่องในการผลิต อัตราการพบจะขึ้นอยู่กับสภาพเนื้อเยื่ออัณฑะและการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล

PGS

Q: PGS กับ PGT-A คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร?
A: คือสิ่งเดียวกัน แต่เดิมทางการแพทย์ใช้คำว่า PGS (Preimplantation Genetic Screening) แต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้คำที่เป็นสากลและเจาะจงมากขึ้นคือ PGT-A (Preimplantation Genetic Testing for Aneuploidies) ซึ่งหมายถึงการตรวจคัดกรองดูจำนวนโครโมโซมที่ขาดหรือเกินของตัวอ่อนก่อนการฝังตัว
Q: การตรวจ PGS / PGT-A มีขั้นตอนการทำอย่างไรในห้องแล็บ?
A: นักวิทยาศาสตร์จะเลี้ยงตัวอ่อนจนถึง ระยะบลาสโตซิสต์ (Day 5-6) ซึ่งเป็นระยะที่มีเซลล์แยกชัดเจน ระหว่างเซลล์ที่จะโตไปเป็นเด็ก และเซลล์ที่จะโตไปเป็นรก จากนั้นจะใช้เลเซอร์ความละเอียดสูงเจาะดึงเซลล์ในส่วนที่จะไปเป็น "รก" ออกมาประมาณ 5-10 เซลล์ เพื่อส่งเข้าห้องแล็บพันธุศาสตร์เพื่อตรวจวิเคราะห์ ส่วนตัวอ่อนจะถูกแช่แข็ง (Freezing) ไว้เพื่อรอฟังผล
Q: การดึงเซลล์ตัวอ่อนไปตรวจ จะทำให้เด็กพิการหรือแท้งง่ายขึ้นไหม?
A: ไม่ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์จะเลือกดึงเซลล์จากส่วนที่จะเจริญเติบโตไปเป็น "รก" (Trophectoderm) เท่านั้น ไม่ได้ยุ่งกับส่วนที่จะโตไปเป็นตัวเด็ก (Inner Cell Mass) และทำในระยะบลาสโตซิสต์ที่เซลล์มีความยืดหยุ่นสูง จึงไม่มีผลต่อความพิการของทารก แต่อาจมีความเสี่ยงต่ำมาก (น้อยกว่า 1%) ที่ตัวอ่อนอาจหยุดพัฒนาหากตัวอ่อนนั้นไม่แข็งแรงอยู่เดิมครับ
Q: ใครบ้างที่จำเป็นต้องตรวจ PGS / PGT-A?
A: แม้จะทำได้ในทุกคู่รัก แต่กลุ่มที่แพทย์แนะนำเป็นพิเศษ มีดังนี้:
  • ฝ่ายหญิงที่มี อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป (เนื่องจากความเสี่ยงโครโมโซมไข่ผิดปกติสูงขึ้นตามอายุ)
  • คู่รักที่มีประวัติ แท้งบุตรติดต่อกัน 2 ครั้งขึ้นไป โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เคยทำ IVF / ICSI แล้ว ย้ายตัวอ่อนไม่สำเร็จติดต่อกัน 2-3 ครั้ง (Implantation Failure)
  • คู่รักที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคพันธุกรรม หรือเคยมีบุตรที่มีโครโมโซมผิดปกติ (เช่น ดาวน์ซินโดรม)
Q: ผลตรวจ PGS / PGT-A มีความแม่นยำแค่ไหน? สามารถเชื่อถือได้ 100% ไหม?
A: มีความแม่นยำสูงมากถึง 95% - 98% ครับ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถการันตีได้ 100% เนื่องจากอาจเกิดภาวะ Mosaicism (ตัวอ่อนโมเสก) คือตัวอ่อนตัวเดียวกันมีทั้งเซลล์ปกติและเซลล์ผิดปกติปนกันอยู่ ซึ่งแล็บอาจสุ่มเจอด้านใดด้านหนึ่ง ดังนั้น แพทย์จึงยังแนะนำให้คุณแม่เจาะตรวจน้ำคร่ำ (Amniocentesis) หรือตรวจ NIFTY/NIPT อีกครั้งเมื่อตั้งครรภ์ได้ 11-14 สัปดาห์
Q: ผลการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน มีรูปแบบไหนบ้าง และแปลผลอย่างไร?
A: ผลตรวจจะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้:
Euploid (ปกติ): ตัวอ่อนมีโครโมโซมครบ 23 คู่ (46 แท่ง) พร้อมย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก
Aneuploid (ผิดปกติ): ตัวอ่อนมีโครโมโซมขาดหรือเกิน (เช่น คู่ที่ 21 เกิน เป็นดาวน์ซินโดรม) ไม่แนะนำให้ย้ายกลับ
Mosaic (โมเสก/ก้ำกึ่ง): มีทั้งเซลล์ดีและเซลล์ผิดปกติผสมกัน การย้ายตัวอ่อนกลุ่มนี้ต้องได้รับคำปรึกษาและพิจารณาจากแพทย์เป็นรายกรณี

ICSI

Q: ทำไมเก็บไข่ได้หลายใบ แต่ปฏิสนธิสำเร็จเป็นตัวอ่อนได้น้อยกว่าที่คิด?
การเก็บไข่ได้จำนวนมากไม่ได้หมายความว่าไข่ทุกใบจะพร้อมปฏิสนธิทุกใบ ในจำนวนนั้นอาจมี ไข่อ่อน (Immature Egg) ที่ยังไม่พร้อมทำ ICSI หรือ ไข่ที่ไม่มีคุณภาพ (Poor Quality) ข้างในอาจมีแกนโครโมโซมเสียหาย บางใบอาจปฏิสนธิผิดปกติได้ รวมถึงบางใบอาจเสียหายตามธรรมชาติในขั้นตอนปฏิสนธิ ทำให้อัตราการปฏิสนธิเฉลี่ยอยู่ที่ 70% - 85% ของไข่ที่สมบูรณ์เท่านั้น
Q: การใช้เข็มเจาะไข่ทำ ICSI มีโอกาสทำให้ไข่แตกหรือเสียหายไหม?
มีโอกาสเกิดขึ้นได้เล็กน้อยประมาณ 5% - 10% ครับ เรียกว่าภาวะไข่แตก (Oocyte Lysis) ซึ่งมักเกิดจากเนื้อไข่ของคนไข้มีความเปราะบางกว่าปกติ หรือเปลือกไข่เหนียว อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้สามารถลดลงได้ด้วยความเชี่ยวชาญของนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) ที่มีความชำนาญสูง
Q: ถ้าอสุจิฝ่ายชายอ่อนมาก แทบไม่วิ่งเลย หรือต้องเจาะจากอัณฑะ (TESE) จะปฏิสนธิสำเร็จไหม?
สำเร็จได้ เทคนิค ICSI ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ นักวิทยาศาสตร์ต้องการอสุจิที่มีชีวิตเพียงแค่ "1 ตัว ต่อ ไข่ 1 ใบ" เท่านั้น แม้อสุจิจะไม่วิ่งแต่หากตรวจพบว่ายังมีชีวิต ก็สามารถนำมาทำปฏิสนธิได้ตามปกติ

IUI

กรณีไม่เหมาะสมที่จะรักษาด้วยวิธีฉีดอสุจิผสมเทียม
  • ฝ่ายหญิงมีอายุมาก (โดยเฉพาะมากกว่า 40 ปีขึ้นไป)
  •  เคยมีประวัติท่อนำไข่อุดตัน หรือมีพังผืดในช่องเชิงกราน
  •  เป็นภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ชนิดรุนแรงหรือเคยได้รับการผ่าตัดมาเกิน 1 ปีแล้วยังไม่ต้องครรภ์
  •  ฝ่ายชายมีอสุจิผิดปกติในขั้นปานกลางถึงรุนแรง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy