การเตรียมตัวและตรวจประเมินสภาวะเจริญพันธุ์สำหรับฝ่ายหญิง

ก่อนเริ่มต้นกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือ การตรวจประเมินสภาวะเจริญพันธุ์อย่างละเอียด (Female Fertility Assessment) เพื่อให้แพทย์เข้าใจต้นทุนทางร่างกาย ปริมาณไข่สำรอง สภาพโพรงมดลูก และระดับฮอร์โมนที่แท้จริง นำไปสู่การวางแผนการประเมินการตอบสนอง และออกแบบขนาดยากระตุ้นไข่แบบเฉพาะบุคคล (Individualized Care) ได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยที่สุด

การตรวจเจาะเลือดชุดใหญ่ (Complete Lab Test for Pre-IVF/ICSI)

ชุดตรวจระดับฮอร์โมนการเจริญพันธุ์ (Hormonal Profile)

  • AMH คืออะไร? คือฮอร์โมนที่สร้างจากเซลล์ไข่ฟองเล็กๆ ในรังไข่ เป็นดัชนีชี้วัด "ปริมาณไข่สำรองที่เหลืออยู่ในรังไข่" ได้แม่นยำที่สุดในปัจจุบัน
  • จุดเด่นของการตรวจ AMH: สามารถเจาะเลือดตรวจวันไหนของรอบประจำเดือนก็ได้ ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร และค่าฮอร์โมนจะมีความสม่ำเสมอสูง
  • การแปลผลค่า AMH (ng/mL):

                > 3.5 ng/mL: มีไข่สำรองปริมาณมาก (มักพบในผู้ที่มีภาวะ PCOS) ต้องระวังภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นเกิน (OHSS)

                1.5 – 3.5 ng/mL: ปริมาณไข่สำรองอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม เหมาะสมกับการทำ IVF/ICSI

                1.0 – 1.4 ng/mL: ปริมาณไข่สำรองเริ่มลดลง

                < 1.0 ng/mL: ปริมาณไข่สำรองต่ำ (Low Ovarian Reserve) แพทย์จะพิจารณาใช้โปรโตคอลกระตุ้นไข่แบบพิเศษ หรือวางแผนสะสมตัวอ่อน

  • FSH (Follicle-Stimulating Hormone): ฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญเติบโตของไข่ หากค่าสูงเกินไปบ่งบอกว่ารังไข่เริ่มเสื่อมหรือทำงานได้น้อยลง
  • LH (Luteinizing Hormone): ฮอร์โมนที่ควบคุมการตกไข่และการสร้างฮอร์โมนเพศ
  • Estradiol (E2): ฮอร์โมนเอสโตรเจนพื้นฐาน ช่วยประเมินการทำงานของรังไข่และความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก
  • Prolactin: ตรวจระดับฮอร์โมนโปรแลคติน หากสูงเกินไปจะรบกวนการตกไข่
  • Thyroid Profile (TSH, Free T3 / Free T4): ประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์ หากผิดปกติอาจส่งผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อนและเพิ่มความเสี่ยงการแท้งบุตร

ชุดตรวจความสมบูรณ์ร่างกายและสุขภาพทั่วไป (General Health & Baseline Panel)

  • CBC (Complete Blood Count): ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เกล็ดเลือด และภาวะซีด/โลหิตจาง
  • Blood Group & Rh Factor (ABO & Rh): ตรวจหมู่เลือดเพื่อเตรียมความพร้อมหากต้องมีการให้เลือดระหว่างการเก็บไข่ หรือตรวจดูภาวะ Rh Negative ที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์
  • Fasting Blood Sugar (FBS) / HbA1c: ตรวจคัดกรองเบาหวาน หรือภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ป่วย PCOS

ชุดตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อ (Infectious Disease Screen)

  • Anti-HIV: ตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสเอดส์
  • VDRL / RPR: ตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิส
  • HBsAg & Anti-HBs: ตรวจหาเชื้อและภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี
  • Anti-HCV: ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบซี

ชุดตรวจคัดกรองทางพันธุกรรมและภูมิคุ้มกัน (Genetic & Immunity Screen)

  • Thalassemia Screening & Hb Typing: ตรวจคัดกรองภาวะพาหะโรคธาลัสซีเมีย เพื่อป้องกันการส่งต่อโรคพันธุกรรมรุนแรงสู่ลูกน้อย
  • Rubella IgG (ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน): ตรวจหาภูมิคุ้มกัน หากยังไม่มีภูมิคุ้มกัน แพทย์จะแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันก่อนเริ่มกระบวนการตั้งครรภ์

2.การตรวจอัลตราซาวด์ทางช่องคลอด (Transvaginal Ultrasound - TVUS)

การนับจำนวนฟองไข่ตั้งต้น (Antral Follicle Count - AFC):

  • ทำในช่วงวันที่ 2–3 ของประจำเดือน เพื่อประเมินจำนวนฟองไข่ขนาดเล็ก (2–10 มม.) ในรังไข่ทั้งสองข้าง
  • ผล AFC ร่วมกับค่า AMH จะช่วยให้แพทย์คำนวณและเลือกขนาดยากระตุ้นไข่ได้อย่างเหมาะสมที่สุด

การประเมินโครงสร้างมดลูกและรังไข่:

  • มดลูก: ตรวจหาริ้วรอย ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (Uterine Polyps), เนื้องอกมดลูก (Myoma Uteri), ภาวะมดลูกเจริญผิดที่ (Adenomyosis) หรือความผิดปกติของโครงสร้างมดลูก
  • ท่อนำไข่: ตรวจหาภาวะท่อนำไข่บวมน้ำ (Hydrosalpinges) ซึ่งอาจมีสารพิษไหลย้อนลงมาทำลายตัวอ่อน
  • รังไข่: ตรวจหาช็อกโกแลตซีสต์ (Endometrioma) หรือถุงน้ำในรังไข่ที่อาจขัดขวางการเจริญเติบโตของฟองไข่
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy