การตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน (Pre-implantation genetic screening หรือ PGS/ PGT-A)
บริการของเรา
เป็นกรรมวิธีการหนึ่งในการช่วย “คัดเลือก” ตัวอ่อน ว่าตัวอ่อนตัวใดที่ควรจะพิจารณานำมาย้ายกลับเข้าสู่มดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ จากจำนวนตัวอ่อนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากทำเด็กหลอดแก้วในครั้งหนึ่งๆ โดยอาศัยหลักการที่ว่าตัวอ่อนตัวใดที่มีโครโมโซมปกติน่าจะมีโอกาสฝังตัวได้สูงกว่า แต่เนื่องจากการตรวจคัดกรองโครโซมของตัวอ่อนไม่อาจยืนยันความปกติของโครโมโซมตัวอ่อนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ รวมทั้งยังมีผลบวกลวงและผลลบลวง และอาจทำให้เสียโอกาสที่จะได้รับการย้ายกลับตัวอ่อน ดังนั้นผู้ที่ต้องการจะตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนจึงควรจะศึกษาข้อมูลให้มีความเข้าใจอย่างดีก่อน
1.ตัวอ่อนที่เกิดขึ้นจากการเด็กหลอดแก้วทั้งหมด จะได้รับการเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการเป็นระยะเวลา 5-6 วัน จนตัวอ่อนเจริญไปถึงระยะที่เรียกว่า บลาสโตซิสต์ (Blastocyst) และมีการฟักตัว (hatching) ออกจากเปลือกหุ้ม ทั้งนี้จะมีเพียงร้อยละ 30-70 ของตัวอ่อนทั้งหมด เท่านั้นที่จะสามารถเจริญไปถึงระยะบลาสโตซิสต์ได้ รวมทั้งมีบางรายที่ตัวอ่อนทั้งหมดอาจจะหยุดการเจริญเติบโตและไม่สามารถเจริญไปถึงระยะบลาสโตซิสต์ได้ ทำให้ไม่สามารถจะทำการตรวจโครโมโซมได้ และไม่สามารถจะนำมาย้ายกลับเข้าสู่มดลูก ซึ่งจำเป็นจะต้องเริ่มต้นการทำเด็กหลอดแก้วในรอบใหม่
2. ตัวอ่อนบลาสโตซิสต์ที่เริ่มมีการฟักตัวจากเปลือกหุ้มแล้ว จะนำมาสุ่มตัดเซลล์ตัวอย่าง (biopsy) เพื่อนำเซลล์ตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์โครโมโซม จากนั้นนำตัวอ่อนไปเก็บแช่แข็งไว้ก่อนเพื่อรอผลการตรวจโครโมโซมในภายหลัง โดยจะทำการสุ่มตัดเซลล์ตัวอย่างจากตัวอ่อนบลาสโตซิสต์ที่เกิดขึ้นทุกตัวอ่อน
3. นำเซลล์ตัวอย่างที่สุ่มตัดมาจากตัวอ่อนบลาสโตซิสต์แต่ละตัว ไปตรวจหาความปกติของโครโมโซมด้วยวิธี Next generation sequencing ( NGS) ซึ่งจะทำการตรวจโครโมโซมทั้ง 23 คู่ รวมทั้งโครโมโซมเพศด้วย
4. เมื่อได้ผลการตรวจโครโมโซมของตัวอ่อนบลาสโตซิสต์แต่ละตัวอ่อนแล้ว จึงนำมาใช้พิจารณา “คัดเลือก” ตัวอ่อนที่จะย้ายกลับเข้าสู่มดลูกในรอบแช่แข็งต่อไป
ทั้งนี้ควรเข้าใจว่า การตรวจคัดกรองโครโมโซมของตัวอ่อนจะ “ไม่สามารถ” เปลี่ยนแปลงตัวอ่อนที่มีโครโมโซมผิดปกติให้เป็นตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติได้