การปฏิสนธิในหลอดแก้วด้วยเทคนิค ICSI (Intracytoplasmic sperm injection หรือ ICSI)
การทำ อิ๊กซี่ ICSI เป็นขั้นตอนหนึ่งในขบวนการทำเด็กหลอดแก้ว โดยเป็นวิธีการที่ช่วยให้อสุจิสามารถผ่านเปลือกหุ้มไข่เพื่อเข้าไปปฎิสนธิกับไข่ที่อยู่ภายในให้กลายเป็นตัวอ่อนได้ ทั้งนี้เพราะในขบวนการทางธรรมชาติ แม้ไข่กับอสุจิจะเดินทางมาพบกันแล้วแต่การปฎิสนธิก็อาจจะไม่เกิดขึ้น เนื่องจากยังต้องอาศัยความสามารถของอสุจิในการที่จะต้องเจาะเปลือกหุ้มไข่ผ่านเข้าไปสู่เซลล์ของไข่ให้ได้ก่อน ซึ่งในกรณีที่อสุจิมีความผิดปกติอย่างมากมักพบว่าแม้จะนำไข่และอสุจิมาเลี้ยงร่วมกันในห้องปฎิบัติการ อสุจิก็ไม่สามารถจะเจาะเปลือกหุ้มไข่และเกิดการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนได้ ดังนั้นในกรณีเช่นนี้จึงจำเป็นต้องอาศัยเทคนิคการฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรงหรือที่เรียกว่าการทำ“ อิ๊กซี่” เพื่อช่วยให้มีการปฎิสนธิเกิดขึ้น
ขั้นตอนการทำ “อิ๊กซี่” จะทำภายใต้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง 400 เท่าในห้องปฏิบัติการ โดยใช้เข็มที่มีขนาดเล็ก 5-7 ไมครอนดูดจับอสุจิของฝ่ายชายทีละตัว แล้วจึงนำมาฉีดเข้าไปในไข่ของฝ่ายหญิงทีละใบเพื่อให้เกิดการปฎิสนธิเป็นตัวอ่อน วิธีการทำ“ อิ๊กซี่”นี้จึงมีข้อดีกว่าขบวนการตามธรรมชาติเพราะไม่จำเป็นต้องอาศัยความสามารถของอสุจิในการเจาะเปลือกหุ้มไข่เพื่อผ่านเข้าไปปฎิสนธิกับเซลล์ของไข่ ดังนั้นการทำ“ อิ๊กซี่” จึงมีประโยชน์อย่างมาก ในการช่วยให้ผู้บุตรยากที่มีปัญหาอันเนื่องอสุจิของฝ่ายชายมีความอ่อนแอหรือมีความผิดปกติอย่างมากสามารถมีการปฏิสนธิกับไข่ของฝ่ายหญิงจนเกิดการตั้งครรภ์และมีบุตรได้
อัตราความสำเร็จหลังจากที่แพทย์ทำหัตถการเก็บไข่ (Egg Retrieval) นักวิทยาศาสตร์จะนำไข่ที่โตเต็มที่มาคัดเลือก และใช้เข็มขนาดเล็กฉีดอสุจิที่แข็งแรงที่สุด 1 ตัวเข้าไปในเนื้อไข่โดยตรงโอกาสสำเร็จ: อัตราการปฏิสนธิเฉลี่ยของการทำ ICSI ทั่วโลกอยู่ที่ 70% - 85% (อ้างอิงเกณฑ์มาตรฐานของศูนย์การแพทย์ชั้นนำ ESHRE) ตัวอย่างการคำนวณ: หากเก็บไข่ที่สมบูรณ์พร้อมผสมได้ 10 ใบ หลังทำ ICSI จะปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อนเฉลี่ยประมาณ 7 - 8 ตัว
ปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสำเร็จในห้องแล็บความสำเร็จในกระบวนการปฏิสนธิและการโตของตัวอ่อน (ก่อนฝังตัว) ถูกกำหนดด้วย 3 ปัจจัยหลัก:คุณภาพของเซลล์ไข่ (Egg Quality): ฝ่ายหญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป เปลือกไข่จะเริ่มเหนียวขึ้น และมีโอกาสที่โครโมโซมในไข่จะผิดปกติสูงขึ้น ส่งผลให้ตัวอ่อนหยุดโตในห้องแล็บได้ง่ายความสมบูรณ์ของอสุจิ (Sperm Viability): แม้จะเลือกตัวที่ว่ายดีและหน้าตาปกติ แต่หากสารพันธุกรรมภายในสเปิร์มแฝงความผิดปกติ (DNA Fragmentation สูง) ก็จะส่งผลให้อัตราการปฏิสนธิต่ำลง หรือตัวอ่อนฝ่อไประหว่างเลี้ยงมาตรฐานของห้องปฏิบัติการและฝีมือนักวิทยาศาสตร์เลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist): สภาพแวดล้อม ความดัน อุณหภูมิ และความนิ่งของมือในการเจาะไข่ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาชีวิตของเซลล์ไข่ไม่ให้แตกสลายในขณะทำหัตถการ