"ส่งคืนชีวิตน้อยๆ สู่บ้านหลังแรก ด้วยความนุ่มนวล แม่นยำ และใส่ใจในทุกรายละเอียด"
หลังจากผ่านกระบวนการคัดกรอง เพาะเลี้ยง และแช่แข็งตัวอ่อนที่สมบูรณ์ที่สุดไว้เรียบร้อยแล้ว ก้าวสำคัญถัดมาในเส้นทางสู่การเป็นคุณแม่คือ การย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก (Embryo Transfer: ET) ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF / ICSI) ก่อนเข้าสู่ช่วงเวลาการฝังตัวและการรอฟังข่าวดี
เป้าหมายของขั้นตอนนี้ คือการนำตัวอ่อนที่มีศักยภาพสูงไปวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดภายในโพรงมดลูก ภายใต้สภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกที่ถูกเตรียมไว้จนพร้อมรับการฝังตัวแบบ 100%
การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง (Frozen Embryo Transfer: FET) ช่วยให้แพทย์สามารถควบคุมและเตรียมสภาพแวดล้อมภายในมดลูกได้อย่างแม่นยำ โดยแบ่งการเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกออกเป็น 2 รูปแบบหลัก:
เพื่อความแม่นยำสูงสุดในการวางตัวอ่อน ที่ศูนย์ผู้มีบุตรยาก เจ้าพระยา-จินตบุตร เราใช้อัลตราซาวด์นำทางสายย้ายตัวอ่อนชนิดนุ่มพิเศษ (Soft Catheter) เพื่อลงตำแหน่งอย่างนุ่มนวล โดยมีการเตรียมตัวแตกต่างกันตามเทคนิคของแพทย์ผู้ดูแล:
นำทางด้วยระบบอัลตราซาวด์ประสิทธิภาพสูงเพื่อความแม่นยำ ปลอดภัย และนุ่มนวลที่สุด
• แพทย์ทั่วไป: กลั้นปัสสาวะสะสมเพื่อให้เห็นมดลูกชัดเจน
• รศ.นพ.สุภักดี: สบายตัว ปัสสาวะได้ตามปกติ ไม่ต้องกลั้น
แพทย์สอดสาย Soft Catheter ขนาดเล็กผ่านช่องคลอด วางหยดน้ำยาที่มีตัวอ่อนลงในตำแหน่งที่ดีที่สุดภายใต้อัลตราซาวด์
ส่งสายส่องใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อยืนยันว่าไม่มีตัวอ่อนตกค้าง จากนั้นให้คุณแม่นอนพักผ่อนสบายๆ ในห้องพักประมาณ 1 ชั่วโมง
การปฏิบัติ: ทีมแพทย์ของศูนย์ฯ จะแนะนำให้คุณแม่ดื่มน้ำและ กลั้นปัสสาวะสะสมในกระเพาะ (Full Bladder) ก่อนเข้าห้องทำหัตถการ
ประโยชน์: ปริมาณน้ำในกระเพาะปัสสาวะจะช่วยดันมดลูกที่เอียงให้ยืดตรงขึ้น และทำหน้าที่เป็นตัวนำคลื่นเสียงอัลตราซาวด์จากหน้าท้องให้เห็นภาพมดลูกชัดเจน ช่วยให้วางสายย้ายตัวอ่อนได้อย่างแม่นยำ
การปฏิบัติ: คุณแม่ ไม่จำเป็นต้องกลั้นปัสสาวะ สามารถปัสสาวะทำความสะอาดร่างกายได้ตามปกติ
ประโยชน์: คุณหมอสุภักดีจะใช้หัวตรวจทางช่องคลอด (Vaginal Probe) ซึ่งอยู่ใกล้กับมดลูกโดยตรง ให้ภาพความละเอียดสูง สามารถนำทางสายย้ายตัวอ่อนได้แม่นยำสูง โดยที่คุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย สบายตัว ไม่ปวดอึดอัดจากการกลั้นปัสสาวะ
เลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและความสบายใจของคุณแม่
ทีมแพทย์ของศูนย์ฯ จะแนะนำให้คุณแม่ดื่มน้ำและ กลั้นปัสสาวะสะสมในกระเพาะ (Full Bladder) ก่อนเข้าห้องทำหัตถการ
ปริมาณน้ำในกระเพาะปัสสาวะจะช่วยดันมดลูกที่เอียงให้ยืดตรงขึ้น และทำหน้าที่เป็นตัวนำคลื่นเสียงอัลตราซาวด์จากหน้าท้องให้เห็นภาพมดลูกชัดเจน ช่วยให้วางสายย้ายตัวอ่อนได้อย่างแม่นยำ
คุณแม่ ไม่จำเป็นต้องกลั้นปัสสาวะ สามารถปัสสาวะทำความสะอาดร่างกายได้ตามปกติ
คุณหมอสุภักดีจะใช้หัวตรวจทางช่องคลอด (Vaginal Probe) ซึ่งอยู่ใกล้กับมดลูกโดยตรง ให้ภาพความละเอียดสูง สามารถนำทางสายย้ายตัวอ่อนได้แม่นยำสูง โดยที่คุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย สบายตัว ไม่ปวดอึดอัดจากการกลั้นปัสสาวะ
ช่วงเวลาหลังย้ายตัวอ่อนเป็นช่วงที่คุณแม่ต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการฝังตัวของตัวอ่อน:
คำแนะนำสำคัญเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน
ยาโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจนสำคัญมากในการพยุงเยื่อบุโพรงมดลูก ห้ามหยุดยาหรือปรับปริมาณเองเด็ดขาดแม้มีเลือดออกกะปริดกะปรอย
สามารถเดิน ลุก นั่ง หรือทำงานเบาๆ ได้ตามปกติ การเคลื่อนไหวร่างกายเบาๆ ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมดลูกได้ดีขึ้น
เน้นอาหารสุกสะอาด โปรตีนสูง และผักผลไม้ที่มีกากใยสูง เพื่อช่วยป้องกันอาการท้องผูก
ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตภายในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งดการวิ่ง วิ่งเทรล หรือทำงานบ้านที่ต้องใช้แรงเกร็งช่องท้องและกล้ามเนื้อหน้าท้องมากๆ
หากมีอาการท้องผูก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับยาระบายที่ปลอดภัยสำหรับคนท้อง แทนการเบ่งแรงๆ
ความร้อนสะสมและการแช่น้ำในอ่างอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการฝังตัวของตัวอ่อน
เพื่อป้องกันการหดเกร็งตัวของมดลูกและการติดเชื้อในช่องคลอดในช่วงนี้
ความเครียดกระตุ้นฮอร์โมน Cortisol ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนเลือดที่มดลูก
ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์ผู้ดูแล