ในการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) เมื่อคุณหมอทำการเจาะเก็บไข่ (OPU) และนำมาผสมกับอสุจิเรียบร้อยแล้ว ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิจะกลายเป็น "ตัวอ่อน" (Embryo)
ตัวอ่อนในระยะแรกนี้ไม่สามารถเติบโตในบรรยากาศห้องปกติตามธรรมชาติได้ จำเป็นต้องอาศัยอยู่ใน "ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อน" (Incubator) เป็นเวลา 5–6 วัน เพื่อจำลองสภาวะแวดล้อมภายในตู้ให้ใกล้เคียงกับท่อนำไข่และโพรงมดลูกของคุณแม่มากที่สุด จนกระทั่งตัวอ่อนเจริญเติบโตไปถึงระยะ Blastocyst (บลาสโตซิสต์)
ในการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนภายนอกร่างกาย (In Vitro Culture) ตัวอ่อนในระยะแรก (Pre-implantation Embryo) ถือเป็นเซลล์ที่มีความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมสูงที่สุดช่วงหนึ่ง การเข้าใจกลไกทางชีววิทยาของตัวอ่อนจะช่วยให้เห็นว่า เหตุใดสภาวะแวดล้อมในห้องปฏิบัติการจึงมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตไปถึงระยะ Blastocyst
ข้อเท็จจริงที่ต้องทำความเข้าใจคือ "ตู้ไม่ได้ช่วยให้ตัวอ่อนฝังตัวติดโดยตรง แต่ตู้ช่วยคัดเลือกตัวอ่อนฟองที่มีศักยภาพในการฝังตัวสูงสุด มาย้ายกลับเข้าสู่มดลูกเป็นลำดับแรก"
ตัวอ่อนที่ดูสวยงามใต้กล้องจุลทรรศน์ อาจไม่ได้เป็นตัวอ่อนที่ดีเสมอไป สิ่งสำคัญทางการแพทย์คือ "จังหวะเวลาในการแบ่งเซลล์" (Morphokinetics)
iDAScore (Intelligent Data Analysis Score) คือระบบปัญญาประดิษฐ์ประเภท Deep Learning ที่ถูกพัฒนาและฝึกฝนด้วยข้อมูลภาพวิดีโอตัวอ่อนนับแสนตัวจากศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากทั่วโลก ซึ่งมีประวัติการย้ายตัวอ่อนและบันทึกผลการตั้งครรภ์จริงเรียบร้อยแล้ว
ตู้ Time-lapse ช่วยตรวจพบพฤติกรรมการแบ่งเซลล์ที่ผิดปกติ ซึ่งการส่องกล้องแบบธรรมดาไม่มีทางมองเห็นได้:
ตัวอ่อนบางตัวกระโดดแบ่งเซลล์จาก 1 เซลล์ ไปเป็น 3 หรือ 4 เซลล์ทันทีในรวดเดียว ตัวอ่อนกลุ่มนี้มักมีความผิดปกติทางโครโมโซมสูงมาก หากใช้ตู้ธรรมดาแล้วเปิดมาส่องเจอตอนมี 4 เซลล์พอดี นักวิทยาศาสตร์อาจเข้าใจผิดว่าเป็นตัวอ่อนเกรด A แต่ตู้ Time-lapse จะเปิดคลิปย้อนดูและคัดตัวอ่อนนี้ออกทันที
ตัวอ่อนแบ่งเซลล์ออกไปแล้ว แต่เกิดการหลอมรวมเซลล์กลับเข้ามาใหม่ ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตเช่นกัน
ความคุ้มค่าในการเลือกใช้ตู้ Time-lapse จะแตกต่างกันไปตามรูปแบบรอบการรักษาของคนไข้ ดังนี้: