จุดเด่นของการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ศูนย์เจ้าพระยา-จินตบุตร

การเลือกศูนย์รักษาภาวะมีบุตรยากไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลือกสถานที่ตรวจรักษา แต่คือการฝากความหวังที่จะมีบุตรกับทีมแพทย์และห้องปฏิบัติการ (แล็บ) เพาะเลี้ยงตัวอ่อน ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากเจ้าพระยา-จินตบุตร มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการรักษาเพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์สูงสุด

ตัววัดผลงานห้องปฏิบัติการ (Lab KPIs) สูงกว่ามาตรฐาน ESHRE Consensus Benchmark

หัวใจสำคัญของการทำ IVF/ICSI ให้ประสบความสำเร็จ อยู่ที่ความสามารถของห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryology Laboratory) ศูนย์เจ้าพระยา-จินตบุตร ควบคุมคุณภาพการทำงานด้วยตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (Key Performance Indicators: KPIs) ตามเกณฑ์มาตรฐานสากล Vienna Consensus ของ ESHRE (European Society of Human Reproduction and Embryology) โดยสามารถทำผลงานจริงได้สูงกว่าระดับมาตรฐานเปรียบเทียบ (Benchmark Level) อย่างต่อเนื่อง:

ตัวชี้วัดประสิทธิภาพห้องปฏิบัติการ (Embryology Lab KPIs)

เปรียบเทียบมาตรฐานสากล ESHRE Vienna Consensus กับผลงานศูนย์เจ้าพระยา-จินตบุตร

ตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (KPIs) ค่ามาตรฐานสากล
(ESHRE Benchmark)
ศูนย์เจ้าพระยา-จินตบุตร
(Chaophya-Jintabutr)
อัตราการปฏิสนธิด้วยวิธี ICSI
ICSI Fertilization Rate
≥ 75% > 80 - 85% สูงกว่ามาตรฐาน
อัตราการฝ่อของไข่หลังฉีดสเปิร์ม
Oocyte Degeneration Rate
< 5% < 5% ถนอมเซลล์ไข่ได้ดี
อัตราการเลี้ยงตัวอ่อนถึงระยะบลาสโตซิสต์
Blastocyst Rate
≥ 60% > 60 - 75% สูงกว่ามาตรฐาน
อัตราตัวอ่อนเกรดดีระยะบลาสโตซิสต์
Good Quality Blastocyst Rate
≥ 40% > 50% สูงกว่ามาตรฐาน

* หมายเหตุข้อจำกัดความรับผิดชอบ (Medical Disclaimer):

  • ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพเชิงเทคนิคด้านกระบวนการทำงานภายในห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Laboratory KPIs) ตามมาตรฐาน ESHRE Consensus ไม่ใช่อัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ของบุคคล
  • ผลการรักษา อัตราการปฏิสนธิ และการพัฒนาของตัวอ่อนในผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอายุ ปริมาณ และคุณภาพของเซลล์ไข่รวมถึงสเปิร์มของคู่สมรส

Location & Hospital Standard: ปลอดภัย มั่นใจ ด้วยมาตรฐานโรงพยาบาลระดับ JCI

ศูนย์เจ้าพระยา-จินตบุตร ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ของโรงพยาบาลเจ้าพระยา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน JCI ทำให้ผู้เข้ารับการรักษาได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงเหนือกว่าคลินิกทั่วไป

  • มาตรฐานความปลอดภัยระดับโรงพยาบาล JCI (JCI Hospital-Grade Safety): ทุกขั้นตอนทางการแพทย์ ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การฉีดยากระตุ้น การเจาะเก็บไข่ (OPU) ไปจนถึงการย้ายตัวอ่อน ถูกควบคุมภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและความสะอาดของโรงพยาบาลเอกชนระดับ JCI
  • พร้อมรับมือภาวะฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง: การทำ IVF/ICSI ในบางเคสอาจมีความเสี่ยงจากภาวะรังไข่ตอบสนองต่อยากระตุ้นมากเกินไป (OHSS), ปวดท้องรุนแรง หรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ การตั้งอยู่ในโรงพยาบาลทำให้มีทีมวิสัญญีแพทย์ แผนกผู้ป่วยหนัก (ICU) แผนกฉุกเฉิน และเครื่องมือทางการแพทย์ระดับวิกฤตพร้อมดูแลรองรับทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเคลื่อนย้าย
  • การดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team): สามารถส่งต่อและประสานงานร่วมกับแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่นได้ทันที(One-stop service) หากพบว่าผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เช่น ไทรอยด์ เบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ Cyst เนื้องอก หรือความผิดปกติทางอายุรกรรมที่ต้องควบคุมก่อนการตั้งครรภ์
  • ปลอดภัยด้วยการดูแลหลังคลอดครบวงจร: โรงพยาบาลมีแผนกสูตินารีเวชเพื่อฝากครรภ์หลังจากตั้งครรภ์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสูง อีกทั้งยังมีแผนกกุมารเวช และมี NICU(Neonatal Intensive Care Unit) หากพบว่าทารกมีภาวะคลอดก่อนกำหนด หรือผิดปกติหลังคลอด
  • ความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัว: พื้นที่บริการชั้น 2 ถูกออกแบบให้อยู่ในโซนที่มีความเป็นส่วนตัว สงบ ปลอดโปร่ง สะอาด พร้อมที่จอดรถและการเดินทางที่สะดวกสบาย

Cleanroom ISO Class 1000 (Class 5): ห้องแล็บเพาะเลี้ยงตัวอ่อนระดับสากล

    ไข่ อสุจิ และตัวอ่อนในระยะแรกเริ่ม เป็นเซลล์ที่บอบบางและไวต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากที่สุด ศูนย์เจ้าพระยา-จินตบุตร จึงทุ่มเทสร้างห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryology Lab) ตามมาตรฐาน Cleanroom ISO Class 1000 (ISO 5) ซึ่งถือเป็นมาตรฐานระดับสูงในวงการการแพทย์

ระบบควบคุมคุณภาพอากาศและฝุ่นละเอียด (Air Filtration):

  • กรองฝุ่นละออง อนุภาคขนาดเล็ก และเชื้อโรคด้วยกรอง HEPA Filter เกรดการแพทย์

ระบบความดันบวก (Positive Pressure System):

  • ควบคุมแรงดันอากาศภายในห้องแล็บให้สูงกว่าภายนอกเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่น มลภาวะ หรือเชื้อโรคจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาในห้องปฏิบัติการเมื่อมีการเปิด-ปิดประตู
  • ระบบ HVAC

การควบคุมแสงและสเปกตรัม (Light Control):

  • แสงสว่างทั่วไปและรังสี UV มีผลทำลาย DNA ของตัวอ่อน ห้องแล็บจึงใช้ระบบแสงสว่างแบบพิเศษ (Light Spectrum-controlled) เพื่อปกป้องตัวอ่อนจากการถูกทำลายด้วยแสง

การควบคุมอุณหภูมิ ก๊าซ และความชื้นแบบเรียลไทม์ (Strict Environmental Control):

  • จำลองสภาพแวดล้อมภายในห้องแล็บและตู้บ่มเพาะตัวอ่อนให้เหมือนกับ "ท่อนำไข่และโพรงมดลูกตามธรรมชาติของแม่" มากที่สุด ทั้งระดับอุณหภูมิที่คงที่ 37°C ระดับก๊าซ CO2/O2 และความชื้น
  • มีระบบ Monitoring ช่วยให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะหยุดการเลี้ยงที่ระยะ Day 3 หรือเลี้ยงต่อจนถึงระยะ Blastocyst (Day 5-6)


Individualized Care: วางแผนและออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Tailored Protocol)

    ทุกคนมีสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวสำหรับการรักษาภาวะมีบุตรยาก ที่เจ้าพระยา-จินตบุตร เรายึดหลัก Personalized Medicine หรือการรักษาแบบเฉพาะบุคคลโดยเรามีแพทย์ประจำ(Full time) และบุคคลากรประจำ(Full time)เชี่ยนชาญด้านการทำเด็กหลอดแก้ว ผ่านการศึกษาดูงานต่างประเทศ อัตราความสำเร็จสูงกว่า benchmark (ESHRE) ราคาสมเหตุสมผลผู้ป่วยทั่วไปสามารถเข้าถึงบริการได้โดยง่าย

การประเมินและวิเคราะห์ระดับลึกก่อนเริ่มเคส:

  • แพทย์เฉพาะทางด้านการเจริญพันธุ์จะเป็นผู้ประเมินประวัติ ตรวจระดับฮอร์โมน AMH, นับปริมาณฟองไข่ตั้งต้น (AFC), ตรวจคุณภาพสเปิร์มอย่างละเอียด รวมถึงประวัติการทำเด็กหลอดแก้วในอดีต (ถ้ามี)

การคำนวณและปรับปริมาณยากระตุ้นไข่เคสต่อเคส:

  • แพทย์ปรับชนิดและขนาดของยากระตุ้นไข่ให้เหมาะกับโปรไฟล์ของฝ่ายหญิงโดยเฉพาะ เพื่อให้ได้จำนวนไข่ที่สมบูรณ์ คุณภาพดีที่สุด และเกิดความปลอดภัยสูงสุด
  • ป้องกันการกระตุ้นที่น้อยเกินไปจนไม่ได้ไข่ หรือมากเกินไปจนเกิดภาวะ OHSS

การติดตามผลอย่างใกล้ชิด :

  • นัดอัลตราซาวด์ติดตามการเจริญเติบโตของฟองไข่และตรวจระดับฮอร์โมนเป็นระยะอย่างแม่นยำ พร้อมปรับแผนการรักษาวันต่อวันตามการตอบสนองจริงของร่างกาย

การดูแลแบบใกล้ชิด ใส่ใจ และเข้าใจความรู้สึก :

  • ทีมแพทย์ พยาบาล และนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) ให้คำปรึกษาอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา คอยตอบทุกข้อสงสัย เพื่อลดความตึงเครียดและความวิตกกังวลตลอดเส้นทางการรักษา
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy