แชร์

เป็นช็อกโกแลตซีสต์ มีลูกได้ไหม? อยากมีลูกต้องทำยังไง?

Picture1.png รศ.นพ.สุภักดี จุลวิจิตรพงษ์
อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ย. 2026
101 ผู้เข้าชม

เมื่อได้รับผลตรวจว่า "เป็นช็อกโกแลตซีสต์" คำถามแรกที่สร้างความกังวลใจให้ผู้หญิงที่กำลังวางแผนครอบครัวมากที่สุดคือ "แล้วแบบนี้จะมีลูกได้ไหม?" หรือ "จะท้องเองได้หรือเปล่า?"

คำตอบอย่างตรงไปตรงมาคือ "ผู้ที่เป็นช็อกโกแลตซีสต์สามารถมีลูกได้ ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้อง" โดยการวางแผนจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

1. ช็อกโกแลตซีสต์ เกิดจากอะไร?

ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) หรือชื่อทางการแพทย์คือ Endometrioma เป็นรูปแบบหนึ่งของ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

เกิดจากการที่เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอยไปฝังตัวอยู่บริเวณ "รังไข่" เมื่อเข้าสู่ช่วงมีประจำเดือน ฮอร์โมนจะกระตุ้นให้เซลล์นี้ลอกตัวและมีเลือดออกเหมือนกับในมดลูก แต่เนื่องจากเลือดในรังไข่ไม่มีทางระบายออก จึงสะสมขังอยู่ภายในถุงน้ำนานวันเข้า เลือดเก่าจะกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม ข้น และเหนียวคล้ายกับช็อกโกแลตเหลว

2. เช็ก 5 อาการสัญญาณเตือน ช็อกโกแลตซีสต์

ผู้หญิงจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีถุงน้ำช็อกโกแลตซีสต์จนกระทั่งมาตรวจภาวะมีบุตรยาก หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรรีบเข้ามารับการตรวจอัลตราซาวนด์กับสูตินรีแพทย์:

  1. ปวดประจำเดือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ (Progressive Dysmenorrhea): ปวดท้องน้อยมากจนต้องกินยาแก้ปวดปริมาณเพิ่มขึ้น หรืออาการปวดแย่ลงกว่าปีที่ผ่านๆ มา
  2. ปวดหน่วงอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง: รู้สึกปวดหน่วงท้องน้อย หรือปวดร้าวไปถึงหลังล่าง แม้ไม่ใช่ช่วงที่มีประจำเดือน
  3. เจ็บลึกๆ ขณะมีเพศสัมพันธ์ (Dyspareunia): เกิดจากพังผืดที่ยึดรั้งบริเวณอุ้งเชิงกรานและมดลูก
  4. ท้องอืด ปวดเกร็งลำไส้ช่วงมีประจำเดือน: มีอาการขับถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะลำบากผิดปกติในวันที่มีประจำเดือน
  5. พยายามมีลูกเกิน 6 เดือน - 1 ปีแต่ยังไม่ติด: ปล่อยตั้งครรภ์ตามธรรมชาติแล้วไม่สำเร็จ

3. เป็นช็อกโกแลตซีสต์ ทำไมถึงมีลูกยาก?

ช็อกโกแลตซีสต์สร้างอุปสรรคต่อการตั้งครรภ์ใน 3 มิติหลัก:

  • เบียดเบียนเนื้อรังไข่และทำให้ไข่ด้อยคุณภาพ: ถุงน้ำที่โตขึ้นจะไปกดทับเนื้อรังไข่ส่วนที่ดี ทำให้จำนวนไข่สะสมลดลง และการอักเสบเรื้อรังยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพของเซลล์ไข่
  • เกิดพังผืดปิดกั้นท่อนำไข่: การอักเสบในอุ้งเชิงกรานก่อให้เกิดพังผืดเหนี่ยวยึด ทำให้ท่อนำไข่คดเคี้ยว อุดตัน หรือไม่สามารถดักจับไข่เพื่อไปปฏิสนธิกับสเปิร์มได้
  • สภาวะในมดลูกไม่เหมาะสม: สารจากการอักเสบอาจรบกวนกระบวนการฝังตัวของตัวอ่อน

4. เป็นช็อกโกแลตซีสต์ มีลูกด้วยวิธีไหนได้บ้าง?

การวางแผนมีบุตรของผู้ที่เป็นช็อกโกแลตซีสต์ มีแนวทางเลือกตามระดับความรุนแรงและสภาวะร่างกายดังนี้:

1. การปล่อยตั้งครรภ์ธรรมชาติ

เงื่อนไข: อาจลองใช้วิธีธรรมชาติได้ในผู้ที่อายุน้อย (น้อยกว่า 30 ปี) ถุงน้ำมีขนาดเล็ก (เล็กกว่า 2 ซม.) ท่อนำไข่ยังทำงานได้ปกติ และผลตรวจอสุจิของสามีปกติ

ข้อควรระวัง: หากปล่อยเกิน 6 เดือนแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ ควรรีบปรึกษาแพทยเฉพาะทางด้านการมีบุตรยาก ไม่ควรปล่อยเวลานานเกินไปเพราะซีสต์อาจโตขึ้น

2. การผ่าตัดลอกซีสต์ (Cystectomy)

เงื่อนไข: พิจารณาในเคสที่ถุงน้ำมีขนาดใหญ่ (มากกว่า 4 ซม.) มีอาการปวดรุนแรงจนทนไม่ไหว หรือซีสต์มีลักษณะสงสัยภาวะแทรกซ้อน

ข้อควรระวังสำหรับคนอยากมีลูก: การผ่าตัดลอกซีสต์อาจนำเอาเนื้อรังไข่ที่ดีออกไปด้วย ส่งผลให้รังไข่เสียหาย และมีปริมาณไข่สะสมลดลง จึงจำเป็นต้องพิจารณาข้อดี-เสีย ของการผ่าตัดอย่างรอบคอบ

3. การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF / ICSI)

เงื่อนไข: เป็นวิธีรักษาที่มีอัตราความสำเร็จสูงที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่มีถุงน้ำช็อกโกแลตซีสต์ร่วมกับภาวะมีบุตรยาก และมีพังผืดในอุ้งเชิงกราน ซึ่งไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้

 

****หมายเหตุ การให้ยาเพื่อกดฮอร์โมนรังไข่(Estrogen) เช่น การใช้ยาคุมกำเนิด หรือ ยาฉีด ไม่ได้ช่วยให้สามารถมีลูกได้ เป็นเพียงแต่ช่วยระงับอาการปวดโดยทำให้ไม่มีประจำเดือนมา****

5. ทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) ตอบโจทย์คนเป็นช็อกโกแลตซีสต์อย่างไร?

กระบวนการทำเด็กหลอดแก้วช่วยทลายอุปสรรคของโรคช็อกโกแลตซีสต์ได้อย่างตรงจุด:

  1. ก้าวข้ามปัญหาท่อนำไข่อุดตันและพังผืด: แพทย์จะนำไข่ออกมาจากรังไข่โดยตรงเพื่อปฏิสนธิกับสเปิร์มในห้องปฏิบัติการ จึงไม่ต้องพึ่งพาการทำงานของท่อนำไข่
  2. เลือกคัดกรองตัวอ่อนที่สมบูรณ์: การกระตุ้นรังไข่ในการทำ ICSI ทำให้ได้ตัวอ่อนเกิดขึนหลายตัวจึงมีโอกาสคัดเลือกตัวอ่อน ที่มีเกรดหรือคุณภาพที่ดีร่วมกับการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น

สรุปทางเลือก: เป็นช็อกโกแลตซีสต์ อยากมีลูกต้องวางแผนอย่างไร?

เช็กลิสต์สำคัญก่อนตัดสินใจรักษา:

  • ตรวจอัลตราซาวนด์ประเมินขนาดและตำแหน่งของช็อกโกแลตซีสต์
  • ตรวจประเมินปริมาณไข่สะสมและสภาวะอุ้งเชิงกรานโดยละเอียด

คำแนะนำการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI):

  • หากซีสต์เล็กกว่า 3-4 ซม. สามารถกระตุ้นไข่ทำ IVF/ICSI ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัด และสามารถตั้งครรภ์ได้
  • หากซีสต์ใหญ่และต้องผ่าตัด แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อกระตุ้นเก็บไข่/แช่แข็งตัวอ่อนไว้ก่อนผ่าตัด

สรุปแล้ว การตรวจพบช็อกโกแลตซีสต์ไม่ได้แปลว่าคุณจะหมดโอกาสเป็นแม่คน เพียงแค่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ประเมินขนาดซีสต์และปริมาณไข่สะสม เพื่อวางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อย่างตรงจุดที่สุด


บทความที่เกี่ยวข้อง
ภาวะมีบุตรยากเกิดจากอะไร? เช็กสาเหตุและวิธีรักษา | เจ้าพระยา-จินตบุตร
สรุปสาเหตุภาวะมีบุตรยากทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง พร้อมเกณฑ์วินิจฉัยและแนวทางปฏิบัติตัว โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์ผู้มีบุตรยาก เจ้าพระยาจินตบุตร
Picture1.png รศ.นพ.สุภักดี จุลวิจิตรพงษ์
25 ก.ค. 2026
ทำไมตัวอ่อนเกรดดี (High-grade Blastocyst) ย้ายกี่รอบก็ยังไม่ฝังตัว? รู้จัก "ภาวะท่อนำไข่บวมน้ำ(Hydrosalpinx)" ศัตรูเงียบของคนทำ IVF/ICSI
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมพยายามมีลูกมาตั้งนาน หรือแม้กระทั่งทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) ย้ายตัวอ่อนเกรดดีมาก (High-grade Blastocyst) ไปหลายรอบแล้ว ตัวอ่อนก็ยังไม่ฝังตัวซักที หรือบางครั้งฝังตัวแล้วไม่เจริญต่อหนึ่งในตัวการนี้ตรวจพบในผู้หญิงมีบุตรยากก็คือ "ภาวะท่อนำไข่อุตันและท่อนำไข่บวมน้ำ" (Hydrosalpinx)
Picture1.png รศ.นพ.สุภักดี จุลวิจิตรพงษ์
14 ส.ค. 2026
ภาวะ PCOS ถุงน้ำรังไข่หลายใบหรือ Polycystic ovary syndrome
ภาวะ PCOS ( Polycystic Ovary Syndrome ) ภาวะนี้อาจจะมีคู่สมรสที่มีบุตรยาก หลายๆคน มีภาวะนี้อยู่ ภาวะ ( Polycystic Ovary Syndrome ) PCOS คือภาวะที่ ไข่ไม่ตกเรื้อรัง เป็นภาวะที่ มีฟองไข่เล็กๆ อยู่ในรังไข่เป็นจำนวนมาก
Picture1.png รศ.นพ.สุภักดี จุลวิจิตรพงษ์
16 ก.ค. 2026
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy