ทำไมต้อง EmbryoScope+? เจาะลึกความเหนือชั้นของตู้เลี้ยงตัวอ่อน Time-Lapse พร้อมระบบ AI iDAScore®

ในการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF / ICSI) หนึ่งในปัจจัยวิกฤตที่กำหนดอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ (Clinical Pregnancy Rate) ไม่ใช่เพียงขั้นตอนการปฏิสนธิเท่านั้น แต่คือ "คุณภาพตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อน" (Incubation Micro-environment) และ "ความแม่นยำในการคัดเลือกตัวอ่อน" (Embryo Selection)
หลายท่านอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับ ตู้เลี้ยงตัวอ่อนระบบ Time-Lapse มาบ้าง แต่ทราบหรือไม่ว่า ศูนย์ผู้มีบุตรยาก เจ้าพระยา-จินตบุตร คือศูนย์รักษาภาวะมีบุตรยากแห่งแรกๆ ในประเทศไทยที่นำเทคโนโลยี EmbryoScope เข้ามาใช้ตั้งแต่รุ่นแรก จนกระทั่งยกระดับต่อเนื่องมาสู่รุ่นล่าสุดอย่าง EmbryoScope+ (Vitrolife) ร่วมกับอัลกอริทึม iDAScore® AI Engine บนมาตรฐานห้องปฏิบัติการสะอาด Cleanroom Class 1000 ระดับสากล JCI
1 ตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อน 3 ยุค ต่างกันอย่างไร?
เพื่อเข้าใจว่าทำไม EmbryoScope+ จึงเปรียบเสมือนมาตรฐานสากล (Gold Standard) ในห้องปฏิบัติการ IVF/ICSI ยุคใหม่ ลองเปรียบเทียบวิวัฒนาการของตู้เลี้ยงตัวอ่อน 3 ยุค ดังนี้:
| คุณสมบัติ | 1. ตู้ดั้งเดิม (Conventional Incubator) |
2. ตู้ Time-Lapse ทั่วไป (Standard Time-Lapse) |
3. EmbryoScope+ ร่วมกับ iDAScore® |
|---|---|---|---|
| การสังเกตพัฒนาการ | ต้องนำจานเลี้ยงตัวอ่อนออกนอกตู้มาส่องกล้องจุลทรรศน์วันละ 1 ครั้ง | ถ่ายภาพอัตโนมัติภายในตู้ ไม่ต้องนำตัวอ่อนออกนอกตู้ | ถ่ายภาพ Real-time อัตโนมัติทุกๆ 10 นาที ด้วยระบบ Optics แสงต่ำความละเอียดสูง |
| สภาวะแวดล้อม (Gas/Temp) | ถูกรบกวนทุกครั้งที่เปิดตู้ ส่งผลต่ออุณหภูมิ ค่า pH และก๊าซ CO2 | สภาวะแวดล้อมเสถียรขึ้น แต่บางรุ่นยังใช้ห้อง Chamber รวม | Single Chamber: แยกห้องเลี้ยงตัวอ่อน มีระบบกั้นห้อง ไม่กระทบตัวอ่อนอื่นเมื่อเปิดตู้ |
| เกณฑ์การคัดเลือกตัวอ่อน | สามารถประเมินตัวอ่อนวันละครั้ง หรือได้เฉพาะช่วงเวลาแต่ละวัน | ดูการบันทึกวีดีโอการพัฒนาตัวอ่อนย้อนหลัง (Manual Morphokinetics) | Deep Learning AI (iDAScore®): ประมวลผลจาก Big Data ในระดับโลก แม่นยำ ไร้ความเบี่ยงเบน และให้คะแนนแม่นยำในการตัดเลือกตัวอ่อน |
2 EmbryoScope+ เหนือกว่าตู้ Time-Lapse ทั่วไปอย่างไร?
แม้ตู้ Time-Lapse ยุคแรกจะสามารถถ่ายภาพตัวอ่อนในตู้ได้ แต่ EmbryoScope+ ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ข้อจำกัดเชิงเทคนิคทางการแพทย์หลายประการ:
EmbryoScope+ ออกแบบ Chamber เลี้ยงตัวอ่อน แบบ Single Large Chamber Design ให้สภาวะแวดล้อมเหมือนกันทุกจานเพาะเลี้ยง และมี Chamber แยกสำหรับการนำถาดเพาะเลี้ยงเข้าหรือออก จะไม่ส่งผลกระทบต่อระดับก๊าซ อุณหภูมิ และค่า pH ของตัวอ่อนอื่นๆ ในตู้เลยแม้แต่น้อย
ตัวอ่อนมนุษย์มีความอ่อนไหวต่อแสงอย่างมาก EmbryoScope+ จึงใช้คลื่นแสงพลังงานต่ำพิเศษในการถ่ายภาพทุกๆ 10 นาทีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะ DNA Damage หรือ Light Toxicity
ทำจากวัสดุพิเศษ ปราศจากสารพิษผ่านการทดสอบ 1-cell MEA test และใช้การดีไซน์โดยหลักการ WOW (Well of the well) ทำให้สามารถแชร์น้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนรวมกันในจานเพาะเลี้ยงส่งผลให้ตัวอ่อนที่เจริญเติบโตจะมีการหลั่งสารส่งสัญญาณหล่อเลี้ยงตัวเองและตัวอ่อนข้างเคียง (Autocrine และ Paracrine factors) ช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตเป็นตัวอ่อนระยะ Blastocyst ได้ดีกว่าการเลี้ยงแยกเดี่ยว
3 หัวใจสำคัญ: iDAScore® AI Deep Learning Engine
จุดเปลี่ยนที่ทำให้ EmbryoScope+ โดดเด่นกว่าระบบ Time-Lapse ทั่วไป คือการติดตั้งอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ระดับสูง iDAScore® (intelligent Data Analysis Score)
4 ประโยชน์สูงสุดที่ผู้เข้ารับบริการจะได้รับ
5 สรุป: ทำไมต้องทำ ICSI และเลี้ยงตัวอ่อนที่ เจ้าพระยา-จินตบุตร?
ด้วยความเป็นผู้นำที่นำเทคโนโลยี EmbryoScope รุ่นแรกเข้ามาใช้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ศูนย์ผู้มีบุตรยาก เจ้าพระยา-จินตบุตร ไม่เพียงแต่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ระดับ High-End อย่าง EmbryoScope+ และระบบ iDAScore® AI Engine เท่านั้น แต่เรายังมี "ประสบการณ์และความชำนาญสะสมในการวิเคราะห์ข้อมูล Time-Lapse" ของทีมแพทย์และนักเพาะเลี้ยงตัวอ่อนอย่างยาวนาน
การผสานเทคโนโลยี AI ระดับโลกเข้ากับความเชี่ยวชาญของทีมนักวิทยาศาสตร์เลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) จึงเป็นคำตอบสำคัญในการเพิ่มอัตราความสำเร็จและมอบโอกาสสูงสุดในการสร้างครอบครัวให้แก่คุณ
Assoc.Prof.Dr Suphakde Julavijitphong


