Embryo freeze

ขั้นตอนการละลายตัวอ่อน มีความเสี่ยงที่ตัวอ่อนจะเสียหายไหม?
A: ปัจจุบันเทคโนโลยีการแช่แข็งและละลายตัวอ่อนมีความแม่นยำสูงมาก คลินิกของเรามีอัตราการรอดชีวิตของตัวอ่อนหลังการละลาย (Survival Rate) สูงถึง 95-99% ตัวอ่อนจึงพร้อมสำหรับการฝังตัวได้อย่างสมบูรณ์
การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง ดีกว่ารอบสดอย่างไร?
A: ในรอบแช่แข็ง ร่างกายของฝ่ายหญิงจะได้รับการเตรียมผนังมดลูกและปรับฮอร์โมนให้มีความพร้อมเต็มที่ โดยไม่มีอาการอ่อนเพลียหรือฮอร์โมนที่แปรปรวนจากการใช้ยากระตุ้นไข่ ทำให้ในหลายๆ เคสมีอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์สูงกว่ารอบสด
แช่แข็งตัวอ่อนไว้ได้นานกี่ปี? สารพันธุกรรมหรือคุณภาพจะเสื่อมลงตามเวลาหรือไม่?
แช่ได้นาน ไม่จำกัดเวลา ที่อุณหภูมิ -196°C ปฏิกิริยาชีวเคมีและกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ทุกอย่างจะหยุดลงโดยสมบูรณ์ ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่า ตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้ 1 เดือน, 5 ปี หรือ 20 ปี มีคุณภาพ อัตราการรอด และโอกาสการตั้งครรภ์ เท่ากับวันแรกที่ทำการแช่แข็ง ทุกประการ
เด็กที่เกิดจากตัวอ่อนแช่แข็ง มีสุขภาพหรือพัฒนาการแตกต่างจากเด็กที่เกิดธรรมชาติหรือไม่?
ไม่แตกต่าง มีรายงานการวิจัยและติดตามผลทารกหลายล้านคนที่เกิดจากตัวอ่อนแช่แข็งทั่วโลก พบว่าอัตราความพิการแต่กำเนิด พัฒนาการทางสมอง และสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดี ไม่ต่างจากเด็กที่เกิดจากครรภ์ธรรมชาติ
แช่แข็งตัวอ่อน Day 3 (Cleavage) กับ Day 5 (Blastocyst) แบบไหนดีกว่ากัน?
ระยะ Day 5 (Blastocyst) ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูงกว่า เนื่องจากมีจำนวนเซลล์มากกว่า (100+ เซลล์) ทนทานต่อกระบวนการแช่แข็งและละลายได้ดีกว่า โดยมีอัตราการรอดสูงถึง 98% และมีอัตราการฝังตัวต่อตัวอ่อน (Implantation Rate) สูงกว่าระยะ Day 3 อย่างชัดเจน
ทำไมบางเคสละลายตัวอ่อนออกมาแล้วไม่รอดเกิดจากอะไร?
แม้อัตราการรอดจะสูงถึง 95-98% แต่ก็ยังมีโอกาส 2-5% ที่ตัวอ่อนอาจไม่รอด ซึ่งมักเกิดจากตัวอ่อนมีความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือระดับโครงสร้างเซลล์ซ่อนอยู่ตั้งแต่แรก ที่เจ้าพระยา-จินตบุตร เรามีการคัดกรองเกรดตัวอ่อนอย่างเข้มงวดก่อนทำการแช่แข็ง เพื่อให้มั่นใจว่าตัวอ่อนที่นำไปแช่มีศักยภาพสูงสุด
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy