นวัตกรรมการคัดกรองตัวอ่อนระดับโครโมโซม เพื่อแก้ปัญหาภาวะแท้งซ้ำซากโดยไม่ทราบสาเหตุ และป้องกันภาวะพิการแต่กำเนิดในคู่รักที่มีภาวะโครโมโซมสลับตำแหน่ง
หากโครโมโซมคือ "จิ๊กซอว์ชีวิต" การตรวจ PGT-A คือการนับว่ามีจิ๊กซอว์ครบ 46 ชิ้นไหม ส่วน PGT-SR จะส่องตรวจดูว่า "มีชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่หัก ต่อผิดท่อน หรือสลับฝั่งหรือไม่" ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การตั้งครรภ์หยุดชะงัก หรือแท้งในช่วงแรกของการตั้งครรภ์
เกิดจากชิ้นส่วนของโครโมโซม 2 แท่งแลกตำแหน่งกัน แม้พ่อหรือแม่ผู้ถือยีนจะมีสุขภาพปกติ (Balanced) แต่เมื่อสร้างไข่หรืออสุจิ มักส่งผลให้ตัวอ่อนได้ชิ้นส่วนโครโมโซมไม่สมดุล (Unbalanced) ทำให้แท้งหรือฝังตัวไม่ได้
เกิดจากโครโมโซม 2 แท่งมารวมตัวกันเป็นแท่งเดียว พ่อหรือแม่จะเหลือโครโมโซม 45 แท่งแต่ร่างกายปกติ ทว่าตัวอ่อนมักมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแท้ง หรือกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมชนิด Translocation
ชิ้นส่วนโครโมโซมหักออกแล้วต่อกลับเข้าที่เดิมในทิศทางกลับหัว แม้ไม่เสียปริมาณพันธุกรรมในตัวพ่อแม่ แต่เมื่อส่งต่อให้ลูก อาจทำให้เกิดการขาดหายหรือเกินมาของชิ้นส่วน DNA ได้
เจาะเลือดพ่อและแม่เพื่อตรวจ Karyotype ยืนยันตำแหน่งที่มีการสลับฝั่ง (Translocation Breakpoints) เพื่อให้ห้องแล็บตั้งค่าการอ่านผล PGT-SR ได้ตรงจุด
ทำปฏิสนธิไข่กับอสุจิแบบเจาะจง (ICSI) แล้วเพาะเลี้ยงตัวอ่อนในตู้เลี้ยงสภาวะควบคุมจนถึงระยะ Blastocyst (Day 5–6)
ใช้นวัตกรรมเลเซอร์ดึงเซลล์ส่วนที่จะโตเป็นรกเพียง 5–10 เซลล์ อย่างปลอดภัยโดยไม่กระทบต่อตัวเด็ก แล้วนำตัวอ่อนเข้าสู่กระบวนการแช่แข็ง (Cryopreservation)
ส่งเซลล์ไปตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี Next-Generation Sequencing (NGS) ความละเอียดสูง เพื่อสแกนหาชิ้นส่วนโครโมโซมที่ขาดหาย (Deletion) หรือเกินมา (Duplication)
คัดเลือกเฉพาะตัวอ่อนที่มีโครงสร้างโครโมโซมสมบูรณ์ปกติ (Normal/Balanced) ย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปได้อย่างปลอดภัยจนถึงวันคลอด
ในคู่ที่มีภาวะ Translocation โอกาสที่จะได้ตัวอ่อนที่มีโครโมโซมสมบูรณ์แบบ (Normal/Balanced) อาจมีเพียง 20–30% ในแต่ละรอบการกระตุ้นไข่ การตรวจ PGT-SR จึงช่วยประหยัดเวลา ลดความเจ็บปวดจากการแท้งบุตร และช่วยให้เลือกตัวอ่อนที่มีศักยภาพสูงสุดในการย้ายกลับได้อย่างแม่นยำ