บริการแช่แข็งและฝากรักษาอสุจิ (Sperm Freezing)

แช่แข็งอสุจิ | (Sperm freezing)

" วางแผนอนาคตและรักษาโอกาสการมีบุตร ด้วยเทคโนโลยีแช่แข็งอสุจิมาตรฐานสากล "



ทำไมต้องแช่แข็งตัวอ่อนที่คลินิกของเรา?

อัตราการรอดชีวิตสูง (High Survival Rate): ใช้วิธี Vitrification แช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เกิดผลึกน้ำแข็งทำลายเซลล์ ตัวอ่อนมีอัตราการรอดหลังละลายสูงถึง 95-99%

ใครบ้างที่ควรแช่แข็งอสุจิ?

  • คู่สมรสที่มีตัวอ่อนเหลือจากการทำ ICSI รอบสด: หลังจากย้ายตัวอ่อนรอบแรกเข้าสู่มดลูกแล้ว หากยังมีตัวอ่อนที่สมบูรณ์เหลืออยู่ การแช่แข็งเก็บไว้จะช่วยให้สามารถย้ายตัวอ่อนในรอบถัดไปได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มต้นกระตุ้นไข่และเจาะไข่ใหม่


  • คู่สมรสที่ต้องการชะลอการมีบุตร: เหมาะสำหรับคู่สมรสที่ยังไม่พร้อมมีบุตรในปัจจุบัน แต่อยากหยุดอายุตัวอ่อนไว้ในวัยที่ร่างกายยังแข็งแรงสมบูรณ์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ในอนาคต


  • ผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาโรคที่กระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์: เช่น คนไข้ที่ต้องเข้ารับการทำเคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือการฉายแสงรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งส่งผลเสียต่อคุณภาพของไข่และอสุจิโดยตรง


  • ผู้ที่มีภาวะผนังมดลูกยังไม่พร้อม หรือเสี่ยงภาวะ OHSS: คนไข้ที่มีภาวะรังไข่ตอบสนองต่อยากระตุ้นมากเกินไป (OHSS) หรือผนังมดลูกบาง/หนาเกินไปในรอบสด แพทย์จะแนะนำให้แช่แข็งตัวอ่อนไว้ก่อน เพื่อรอให้ร่างกายและฮอร์โมนกลับสู่ภาวะปกติก่อนทำการย้ายตัวอ่อนรอบถัดไป


  • คู่สมรสที่ส่งตรวจคัดกรองโครโมโซม (PGT): ในระหว่างที่ต้องรอผลตรวจโครโมโซมของตัวอ่อน (ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์) จำเป็นต้องแช่แข็งตัวอ่อนเก็บรักษาไว้ก่อน เมื่อผลตรวจออกแล้วจึงจะนัดวันย้ายตัวอ่อนที่ปกติเข้าสู่โพรงมดลูก
ขั้นตอนการละลายตัวอ่อน มีความเสี่ยงที่ตัวอ่อนจะเสียหายไหม?
A: ปัจจุบันเทคโนโลยีการแช่แข็งและละลายตัวอ่อนมีความแม่นยำสูงมาก คลินิกของเรามีอัตราการรอดชีวิตของตัวอ่อนหลังการละลาย (Survival Rate) สูงถึง 95-99% ตัวอ่อนจึงพร้อมสำหรับการฝังตัวได้อย่างสมบูรณ์
การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง ดีกว่ารอบสดอย่างไร?
A: ในรอบแช่แข็ง ร่างกายของฝ่ายหญิงจะได้รับการเตรียมผนังมดลูกและปรับฮอร์โมนให้มีความพร้อมเต็มที่ โดยไม่มีอาการอ่อนเพลียหรือฮอร์โมนที่แปรปรวนจากการใช้ยากระตุ้นไข่ ทำให้ในหลายๆ เคสมีอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์สูงกว่ารอบสด
แช่แข็งตัวอ่อนไว้ได้นานกี่ปี? สารพันธุกรรมหรือคุณภาพจะเสื่อมลงตามเวลาหรือไม่?
แช่ได้นาน ไม่จำกัดเวลา ที่อุณหภูมิ -196°C ปฏิกิริยาชีวเคมีและกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ทุกอย่างจะหยุดลงโดยสมบูรณ์ ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่า ตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้ 1 เดือน, 5 ปี หรือ 20 ปี มีคุณภาพ อัตราการรอด และโอกาสการตั้งครรภ์ เท่ากับวันแรกที่ทำการแช่แข็ง ทุกประการ
เด็กที่เกิดจากตัวอ่อนแช่แข็ง มีสุขภาพหรือพัฒนาการแตกต่างจากเด็กที่เกิดธรรมชาติหรือไม่?
ไม่แตกต่าง มีรายงานการวิจัยและติดตามผลทารกหลายล้านคนที่เกิดจากตัวอ่อนแช่แข็งทั่วโลก พบว่าอัตราความพิการแต่กำเนิด พัฒนาการทางสมอง และสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดี ไม่ต่างจากเด็กที่เกิดจากครรภ์ธรรมชาติ
แช่แข็งตัวอ่อน Day 3 (Cleavage) กับ Day 5 (Blastocyst) แบบไหนดีกว่ากัน?
ระยะ Day 5 (Blastocyst) ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูงกว่า เนื่องจากมีจำนวนเซลล์มากกว่า (100+ เซลล์) ทนทานต่อกระบวนการแช่แข็งและละลายได้ดีกว่า โดยมีอัตราการรอดสูงถึง 98% และมีอัตราการฝังตัวต่อตัวอ่อน (Implantation Rate) สูงกว่าระยะ Day 3 อย่างชัดเจน
ทำไมบางเคสละลายตัวอ่อนออกมาแล้วไม่รอดเกิดจากอะไร?
แม้อัตราการรอดจะสูงถึง 95-98% แต่ก็ยังมีโอกาส 2-5% ที่ตัวอ่อนอาจไม่รอด ซึ่งมักเกิดจากตัวอ่อนมีความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือระดับโครงสร้างเซลล์ซ่อนอยู่ตั้งแต่แรก ที่เจ้าพระยา-จินตบุตร เรามีการคัดกรองเกรดตัวอ่อนอย่างเข้มงวดก่อนทำการแช่แข็ง เพื่อให้มั่นใจว่าตัวอ่อนที่นำไปแช่มีศักยภาพสูงสุด
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy