แชร์

ทำไมตัวอ่อนเกรดดี (High-grade Blastocyst) ย้ายกี่รอบก็ยังไม่ฝังตัว? รู้จัก "ภาวะท่อนำไข่บวมน้ำ(Hydrosalpinx)" ศัตรูเงียบของคนทำ IVF/ICSI

Picture1.png รศ.นพ.สุภักดี จุลวิจิตรพงษ์
อัพเดทล่าสุด: 14 ส.ค. 2026
294 ผู้เข้าชม

❓ ท่อนำไข่บวมน้ำ (Hydrosalpinx) เกิดขึ้นได้อย่างไร?

 

ปกติแล้วท่อนำไข่จะเป็นท่อเล็กๆ ที่เชื่อมระหว่างรังไข่กับโพรงมดลูก ทำหน้าที่เป็น "จุดนัดพบ" ให้สเปิร์มกับไข่ปฏิสนธิกัน แต่เมื่อเกิดการอุดตันที่ส่วนปลายท่อนำไข่ (Distal Tubal Occlusion) จะทำให้สารคัดหลั่งและของเหลวภายในท่อไหลออกไม่ได้ เกิดการคั่งค้างจนท่อนำไข่พองโต บวมเต่ง กลายเป็นภาวะท่อนำไข้บวมน้ำ

 

สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก:

เคยมีการอักเสบติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในอดีต
  • เกิดผังผืด(Pelvic Adhesions): ดึงรั้งในเชิงกรานจากการผ่าตัดใหญ่ในช่องท้องหรือเชิงกราน หรือ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) (ช็อกโกแลตซีสต์) รายละเอียดเพิ่มเติม

 

อาการเตือน และการวินิจฉัยทางคลินิก (Clinical Diagnosis)

ความน่ากลัวของ ภาวะท่อนำไข่บวมน้ำ(Hydrosalpinx) คือ คนไข้ส่วนใหญ่ แทบไม่มีอาการผิดปกติเลย (Asymptomatic) สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติมากๆ แต่บางรายอาจมีอาการเล็กๆ น้อยๆ เช่น ปวดถ่วงๆ บริเวณท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่ง มีตกขาวใสออกมามากกว่าปกติ หรือปวดท้องน้อยมากขณะมีประจำเดือน

 

แพทย์จึงต้องใช้วิธีตรวจทางรังสีและหัตถการทางการแพทย์เพื่อวินิจฉัยอย่างแม่นยำ:

  • Transvaginal Ultrasound (TVS): อัลตราซาวนด์ผ่านช่องคลอด เพื่อตรวจดูโครงสร้างท่อนำไข่ที่มีของเหลวขัง
  • Hysterosalpingography (HSG): การฉีดสีเอกซเรย์ดูการอุดตัน รูปร่าง และสภาพท่อนำไข่
  • Diagnostic Laparoscopy: การผ่าตัดส่องกล้องผ่านหน้าท้อง ซึ่งถือเป็นวิธีมาตรฐานสูงสุด (Gold Standard) ในการประเมินอุ้งเชิงกรานโดยตรง

 

⚠️ ทำไม "ท่อนำไข่บวมน้ำ" ถึงเป็นศัตรูตัวร้ายของการย้ายตัวอ่อน (IVF/ICSI)?

 

หลายคนเข้าใจผิดว่า "ในเมื่อทำ IVF/ICSI เราไม่ได้ใช้ท่อนำไข่ในการปฏิสนธิแล้ว ย้ายตัวอ่อนเข้ามดลูกโดยตรงได้เลย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร"

แต่ในความเป็นจริง ของเหลวที่ขังอยู่ในท่อนำไข่ที่บวมน้ำ(Hydrosalpinx) ส่งผลเสียต่อการฝังตัวได้เนื่องจากเป็นพิษต่อตัวอ่อน (Embryotoxicity): น้ำที่ขังอยู่เต็มไปด้วยสารอักเสบ (Cytokines) แบคทีเรีย และของเสีย ซึ่งเป็นพิษยับยั้งการเจริญเติบโตและการฝังตัวของตัวอ่อนโดยตรง น้ำพิษนี้จะค่อยๆ ไหลย้อน (Reflux) กลับเข้ามาในโพรงมดลูก เหมือนการ "ชะล้าง" หรือทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ ลื่น และไม่เหมาะสมกับการยึดเกาะของตัวอ่อน

 

****ข้อมูลทางคลินิกชี้ชัด: การย้ายตัวอ่อนโดยที่ไม่รักษาภาวะ Hydrosalpinx ก่อน จะลดอัตราการฝังตัว (Implantation Rate) และอัตราการตั้งครรภ์ (Pregnancy Rate) ลงถึง 50% รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงในการแท้งบุตรอย่างมีนัยสำคัญ

 

แนวทางการรักษาทางการแพทย์ (Surgical Management)

 

ข่าวดีก็คือ ภาวะนี้สามารถรักษาเพื่อเตรียมความพร้อมของโพรงมดลูก ก่อนจะถึงขั้นตอนการย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง (Frozen Embryo Transfer: FET) เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จให้กลับมาสูงเหมือนคนปกติได้

 

โดยส่วนใหญ่ให้ผ่าตัดที่นำไข่มี่บวมน้ำออกด้วยวิธีการผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Surgery) โดย การผ่าตัดนำท่อนำไข่ข้างที่มีปัญหาออก (Laparoscopic Salpingectomy)

 

ข้อกังวลที่มักถูกถามบ่อย: "ตัดท่อนำไข่ออกแล้ว จะทำเด็กหลอดแก้วได้ไหม / รังไข่จะเสื่อมไหม?"



คำตอบคือ: การตัดท่อนำไข่ออกจากแพทย์เฉพาะทางอย่างถูกวิธี ไม่ได้ส่งผลเสียต่อการทำงานของรังไข่หรือปริมาณไข่ (Ovarian Reserve) เรายังสามารถกระตุ้นไข่ นำไข่ออกมาทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI ได้ผลดีตามปกติ

 

สรุป: หากคุณกำลังวางแผนทำ IVF/ICSI หรือย้ายตัวอ่อนหลายครั้งแล้วไม่สำเร็จ การตรวจเช็ก Hydrosalpinx และเตรียมสภาพโพรงมดลูกให้พร้อม ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลย เพราะการเตรียม "บ้านของลูก" ให้สะอาด ปลอดภัย และปราศจากสารพิษ คือหัวใจสำคัญของการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ภาวะมีบุตรยากเกิดจากอะไร? เช็กสาเหตุและวิธีรักษา | เจ้าพระยา-จินตบุตร
สรุปสาเหตุภาวะมีบุตรยากทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง พร้อมเกณฑ์วินิจฉัยและแนวทางปฏิบัติตัว โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์ผู้มีบุตรยาก เจ้าพระยาจินตบุตร
Picture1.png รศ.นพ.สุภักดี จุลวิจิตรพงษ์
25 ก.ค. 2026
เป็นช็อกโกแลตซีสต์ มีลูกได้ไหม? อยากมีลูกต้องทำยังไง?
เมื่อได้รับผลตรวจว่า "เป็นช็อกโกแลตซีสต์" คำถามแรกที่สร้างความกังวลใจให้ผู้หญิงที่กำลังวางแผนครอบครัวมากที่สุดคือ "แล้วแบบนี้จะมีลูกได้ไหม?" หรือ "จะท้องเองได้หรือเปล่า?" คำตอบอย่างตรงไปตรงมาคือ "ผู้ที่เป็นช็อกโกแลตซีสต์สามารถมีลูกได้" แต่จำเป็นต้องทำความเข้าใจการดำเนินโรค สัญญาณเตือน ตลอดจนเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อไม่ให้ถุงน้ำนี้กลายเป็นอุปสรรคบดบังโอกาสในการตั้งครรภ์
Picture1.png รศ.นพ.สุภักดี จุลวิจิตรพงษ์
5 ก.ย. 2026
IUI vs ICSI time vs value
เมื่อเข้าพบแพทย์ แล้วได้รับคำแนะนำว่า "เคสนี้แพทย์ไม่แนะนำให้ทำ IUI นะครับ แนะนำให้ข้ามไปทำ ICSI เลยจะคุ้มค่ากว่า" ความกังวลใจแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ... ทำไมแพทย์ถึงไม่ยอมให้เราลองวิธีที่ประหยัดดูก่อน? หรือแพทย์กำลังเชียร์วิธีที่แพงกว่าโดยไม่จำเป็น?
Picture1.png รศ.นพ.สุภักดี จุลวิจิตรพงษ์
15 ก.ย. 2026
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy