ตรวจเจอเนื้องอกมดลูก! อยากทำ ICSI ต้องผ่าตัดก่อนไหม? เจาะลึกลำดับการรักษา และเทคนิคย้ายตัวอ่อนให้ติด

การตรวจพบ "เนื้องอกมดลูก" (Uterine Fibroids / Myoma Uteri) เป็นหนึ่งในความกังวลอันดับต้นๆ ของผู้หญิงที่กำลังวางแผนทำเด็กหลอดแก้ว ICSI หลายคนตั้งคำถามว่า "ต้องผ่าตัดออกก่อนไหม?" หรือ "ย้ายตัวอ่อนไปเลยได้หรือเปล่า?" ในทางการแพทย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ การมีเนื้องอกไม่ได้แปลว่าจะทำ ICSI ไม่สำเร็จ สิ่งสำคัญคือการประเมินตำแหน่ง ความลึก และขนาด เพื่อวางลำดับการรักษาที่ถูกต้องโดยไม่เสียโอกาสเรื่องคุณภาพของไข่ตามอายุครับ
1. การจำแนกประเภทเนื้องอกมดลูกตามมาตรฐานสากล FIGO Classification
สมาพันธ์สูตินรีแพทย์สากล (FIGO) จัดแบ่งประเภทของเนื้องอกมดลูกออกเป็น 8 ระดับ (FIGO Subtypes 08) ตามตำแหน่งและความลึกในชั้นมดลูก ซึ่งเป็นดัชนีสำคัญที่แพทย์ใช้ตัดสินใจว่าจะส่งผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อนหรือไม่:
| กลุ่มเนื้องอก | ระดับ FIGO | ลักษณะตำแหน่ง | ผลกระทบต่อ ICSI |
|---|---|---|---|
| Submucosal (ในโพรงมดลูก) |
FIGO 0, 1, 2 | ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรง ทั้งแบบมีก้านและเบียดกล้ามเนื้อ | กระทบสูงสุด ️ ต้องผ่าตัดออกก่อนย้ายตัวอ่อน |
| Intramural (ชั้นกล้ามเนื้อ) |
FIGO 3, 4 | อยู่ในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก 100% สัมผัสหรือชิดเยื่อบุโพรงมดลูก | กระทบปานกลาง พิจารณาหากขนาด > 34 ซม. |
| Subserosal (ผิวนอกมดลูก) |
FIGO 5, 6, 7 | ยื่นออกไปนอกตัวมดลูก โดยไม่รบกวนโพรงมดลูกด้านใน | ไม่กระทบ สามารถทำ ICSI และย้ายตัวอ่อนได้ |
2. กลไกเชิงชีววิทยา: เนื้องอกมดลูกขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนได้อย่างไร?
ในระดับอณูชีววิทยา (Molecular Biology) เนื้องอกมดลูกไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ "เบียด" พื้นที่ แต่ส่งผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อนใน 4 ด้านสำคัญ:
- 1. ลดความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก (Altered Endometrial Receptivity) เนื้องอกรบกวนการแสดงออกของยีนที่ควบคุมการฝังตัวของตัวอ่อน เช่น
HOXA10,HOXA11และลดสารLIF (Leukemia Inhibitory Factor)ส่งผลให้ "หน้าต่างการฝังตัว" ทำงานลดลง - 2. ภาวะอักเสบเรื้อรังในโพรงมดลูก (Localized Inflammation) เนื้องอกกระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารอักเสบกลุ่ม Cytokines (เช่น TNF-alpha, IL-1beta) และการสร้างหลอดเลือดที่ผิดปกติ สภาวะกรดและการอักเสบนี้ไม่เหมาะต่อการยึดเกาะของตัวอ่อน
- 3. การบีบตัวผิดปกติของมดลูก (Abnormal Endometrial Peristalsis) ก้อนเนื้องอกในชั้นกล้ามเนื้อทำให้เกิดคลื่นการบีบตัวของมดลูกที่ผิดธรรมชาติ อาจดันให้ตัวอ่อนเคลื่อนออกจากตำแหน่งที่เหมาะสม หรือหลุดออกจากโพรงมดลูก
- 4. อุปสรรคต่อการใส่สายย้ายตัวอ่อน (Anatomic Obstruction) เนื้องอกบริเวณคอมดลูกหรือส่วนล่าง อาจทำให้ช่องทางเดินคดโค้ง เพิ่มความบอบช้ำในขั้นตอนการใส่สายย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก
3. ไขข้อข้องใจ: ฉีดยากระตุ้นไข่ทำ ICSI จะยิ่งเร่งให้เนื้องอกมดลูกโตขึ้นหรือไม่?
เนื้องอกมดลูกเป็นเนื้องอกชนิดที่ตอบสนองต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen-dependent) หลายคนจึงกังวลว่าการฉีดยากระตุ้นไข่ซึ่งทำให้ระดับเอสโตรเจนในเลือดสูงขึ้นชั่วคราว จะทำให้เนื้องอกขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อเท็จจริงทางการแพทย์: งานวิจัยติดตามผลเคส ICSI พบว่า การฉีดยากระตุ้นไข่ในช่วงสั้นๆ (1012 วัน) ไม่ได้ทำให้ขนาดเนื้องอกมดลูกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจนเกิดอันตราย อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แพทย์จะใช้วิธี "Freeze-All Embryo Strategy" คือการเก็บไข่ ผสมตัวอ่อน และแช่แข็งไว้ก่อน แล้วรอให้ระดับฮอร์โมนกลับสู่ภาวะปกติก่อนเริ่มกระบวนการเตรียมมดลูกย้ายตัวอ่อน
4. ลำดับขั้นตอนการรักษา: ทำไมต้อง "เก็บตัวอ่อนก่อนผ่าตัดเนื้องอก"?
หากผลประเมินพบเนื้องอกตำแหน่ง FIGO 0, 1, 2 หรือเนื้องอกขนาดใหญ่ที่ต้องผ่าตัด ลำดับการรักษาที่ถูกต้องทางการแพทย์คือ:
- 1 กระตุ้นไข่และเก็บไข่: ดำเนินการทำ ICSI เพื่อปฏิสนธิตัวอ่อน
- 2 แช่แข็งตัวอ่อน (Freeze-All): เลี้ยงตัวอ่อนถึงระยะ Blastocyst แล้วทำการแช่แข็งไว้
- 3 ผ่าตัดรักษาเนื้องอก: เข้ารับการผ่าตัดตามเทคนิคที่เหมาะสมกับตำแหน่งเนื้องอก
- 4 พักฟื้นมดลูก & ย้ายตัวอ่อน: พักฟื้นให้ผนังมดลูกสมานตัวสมบูรณ์ แล้วจึงเตรียมมดลูกย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง
เหตุผลที่ต้องเก็บตัวอ่อนไว้ก่อน: การผ่าตัดและการพักฟื้นมดลูกใช้เวลา 36 เดือน หากรอผ่าตัดก่อน อายุของผู้หญิงจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้คุณภาพและจำนวนไข่ลดลงอย่างรวดเร็ว การทำตัวอ่อนแช่แข็งสำรองไว้ล่วงหน้าจึงเป็นการล็อคคุณภาพไข่ ณ ช่วงอายุที่สมบูรณ์ที่สุดเอาไว้
5. เทคนิคการผ่าตัด และระยะเวลารอคอยก่อนย้ายตัวอ่อน
| เทคนิคการผ่าตัด | ตำแหน่ง FIGO | รายละเอียดการผ่าตัด | ระยะเวลาพักฟื้นมดลูก |
|---|---|---|---|
| Hysteroscopic Myomectomy | FIGO 0, 1, 2 | ส่องกล้องตัดเนื้องอกผ่านช่องคลอด ไม่มีแผลหน้าท้อง | 12 รอบเดือน |
| Laparoscopic Myomectomy | FIGO 3, 4, 5 | ส่องกล้องผ่าตัดผ่านหน้าท้อง แผลเล็ก เจ็บน้อย | 36 เดือน |
| Abdominal Myomectomy | ขนาดใหญ่ / หลายก้อน | ผ่าตัดเปิดหน้าท้อง เหมาะกับเคสที่มีเนื้องอกซับซ้อน | 46 เดือน |
6. ทางเลือกไม่ผ่าตัด และการเฝ้าระวังระหว่างตั้งครรภ์
ในกรณีที่เนื้องอกมีขนาดก้ำกึ่ง (เช่น 34 ซม.) และอยู่นอกโพรงมดลูก แพทย์อาจพิจารณาใช้ยา GnRH Agonist Down-Regulation ฉีดปรับฮอร์โมนชั่วคราว 23 เดือน เพื่อให้เนื้องอกฝ่อลง 3050% และลดการอักเสบในโพรงมดลูก ทำให้สามารถเตรียมมดลูกย้ายตัวอ่อนได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
สำหรับเคสที่ตั้งครรภ์ขณะยังมีเนื้องอกมดลูก แพทย์จะทำการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนดังนี้:
- ภาวะเนื้องอกขาดเลือด (Red Degeneration): อาจเกิดในไตรมาสที่ 2 ส่งผลให้ปวดท้องครรภ์ สามารถรักษาได้ด้วยการนอนพักและใช้ยาแก้ปวดภายใต้การดูแลของแพทย์
- ตำแหน่งทารกผิดปกติ / รกเกาะต่ำ: หากเนื้องอกโตเบียดช่องว่างในมดลูก
- ภาวะตกเลือดหลังคลอด (Postpartum Hemorrhage): เนื่องจากเนื้องอกอาจขัดขวางการหดรัดตัวของมดลูก
บทสรุปการวางแผนรักษา
การตรวจพบเนื้องอกมดลูกไม่ได้แปลว่าจะต้องจบลงด้วยการผ่าตัดเสมอไป และไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำ ICSI หากมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ หัวใจสำคัญคือการประเมินตำแหน่งเนื้องอกอย่างแม่นยำ ทำการกระตุ้นไข่เก็บตัวอ่อนแช่แข็งไว้ล่วงหน้า แล้วจัดการมดลูกให้พร้อมที่สุดก่อนทำการย้ายตัวอ่อน เพื่อความปลอดภัยและโอกาสสำเร็จสูงสุดในการอุ้มท้องครับ
รศ.นพ.สุภักดี จุลวิจิตรพงษ์


