แชร์

ย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง VS รอบสด แบบไหนโอกาสท้องสูงกว่ากัน?

Picture1.png รศ.นพ.สุภักดี จุลวิจิตรพงษ์
อัพเดทล่าสุด: 19 ต.ค. 2026
47 ผู้เข้าชม

ในการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีเด็กหลอดแก้ว (IVF / ICSI) เมื่อผ่านขั้นตอนการกระตุ้นไข่ เก็บไข่ และปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst) เรียบร้อยแล้ว อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่คนไข้มักปรึกษาแพทย์คือ "เราควรย้ายตัวอ่อนสดในรอบเก็บไข่เลย หรือควรแช่แข็งตัวอ่อนไว้ก่อนแล้วค่อยย้ายในรอบแช่แข็ง (FET) แบบไหนโอกาสตั้งครรภ์สูงกว่ากัน?"

บทความนี้จะพาไปไขคำตอบเชิงลึกทางการแพทย์ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างมั่นใจและเพิ่มโอกาสสำเร็จสูงสุดครับ

1. ทำความรู้จักการย้ายตัวอ่อนทั้ง 2 แบบ

  • การย้ายตัวอ่อนรอบสด (Fresh Embryo Transfer): คือกระบวนการนำตัวอ่อนที่ได้จากการปฏิสนธิในรอบเดือนนั้นๆ (มักเป็นระยะ Day 5) ย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิงทันทีภายในรอบกระตุ้นไข่ โดยไม่ต้องรอแช่แข็ง
  • การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง (Frozen Embryo Transfer - FET): คือการนำตัวอ่อนไปแช่แข็งเก็บรักษาไว้ด้วยเทคโนโลยีวิทริฟิเคชั่น (Vitrification) แล้วค่อยเตรียมผนังมดลูกของฝ่ายหญิงให้มีความพร้อมต่อการฝังตัวในรอบเดือนถัดไป จึงค่อยนำตัวอ่อนมาละลายและย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก

2. เปรียบเทียบชัดๆ: รอบสด VS รอบแช่แข็ง แบบไหนโอกาสท้องสูงกว่า?

ข้อมูลทางการแพทย์และสถิติจากศูนย์ผู้มีบุตรยากทั่วโลกชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า "การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง (FET) อัตราการตั้งครรภ์ที่สูงกว่า และลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนได้ดีกว่า" ในคนไข้ส่วนใหญ่ ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้:

  1. ความพร้อมและฮอร์โมนของเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial Receptivity): ในรอบกระตุ้นไข่ จะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนปริมาณสูงเพื่อกระตุ้นให้ไข่โต ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่เอื้อต่อการฝังตัวของตัวอ่อน แต่ใน รอบแช่แข็ง (FET) ระดับฮอร์โมนกลับมาใกล้เคียงกับรอบตกไข่ธรรมชาติ ทำให้ผนังมดลูกหนานุ่มและพร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อนมากที่สุด
  2. โอกาสในการตรวจคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT-A): หากคนไข้ต้องการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก่อนย้าย (เช่น PGT-A เพื่อคัดกรองดาวน์ซินโดรม) จำเป็นต้องแช่แข็งตัวอ่อนไว้รอผลตรวจ การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็งจึงทำให้เลือก "ตัวอ่อนที่มีโอกาสตั้งครรภ์สูง" มาย้ายเข้ามดลูก
  3. ป้องกันภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (OHSS): ในผู้หญิงที่มีความเสี่ยงภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (OHSS) การฝืนย้ายตัวอ่อนรอบสดอาจทำให้มีอาการท้องอืด แน่นท้อง และเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ การแช่แข็งตัวอ่อนไว้แล้วเว้นระยะให้ร่างกายปลอดภัยก่อน จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด

3. ตารางสรุปเปรียบเทียบ: ย้ายตัวอ่อนรอบสด VS รอบแช่แข็ง (FET)

หัวข้อเปรียบเทียบ การย้ายตัวอ่อนรอบสด (Fresh) การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็ง (FET)
ระยะเวลาการรักษา เสร็จสิ้นในรอบเดือนเดียว (เร็วกว่า) ต้องรอรอบเดือนถัดไปเพื่อให้มดลูกพร้อม
โอกาสตั้งครรภ์ (Success Rate) ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับปัจจัยฮอร์โมนและความหนาผนังมดลูก) สูงกว่า (ในภาพรวมและเคสส่วนใหญ่)
ความพร้อมของผนังมดลูก อาจได้รับผลกระทบจากฮอร์โมนที่สูงทำให้ผนังมดลูกบาง เป็นธรรมชาติ เหมาะแก่การฝังตัวสูงสุด
สามารถตรวจโครโมโซม (PGT) ได้ไหม ไม่ได้ (เพราะต้องรอผลแล็บหลายวัน) ได้

4. แล้วใครบ้างที่เหมาะกับ "รอบสด" หรือ "รอบแช่แข็ง"?

แม้รอบแช่แข็งจะมีแนวโน้มความสำเร็จสูง แต่แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล ดังนี้:

  • ผู้ที่เหมาะกับรอบแช่แข็ง (FET): ผู้หญิงที่ต้องการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A), มีความเสี่ยงภาวะ OHSS, ผนังมดลูกหนาตัวผิดปกติจากฮอร์โมนรอบกระตุ้น, หรือเคยย้ายตัวอ่อนรอบสดแล้วไม่สำเร็จ
  • ผู้ที่อาจพิจารณารรอบสด: คนไข้ที่มีร่างกายพร้อม ฮอร์โมนและเยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมตามธรรมชาติ และต้องการความรวดเร็วในการตั้งครรภ์โดยไม่ต้องรอรอบถัดไป

คำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์ผู้มีบุตรยาก เจ้าพระยา-จินตบุตร

ในปัจจุบันเทคโนโลยีการแช่แข็งตัวอ่อนด้วยวิธีวิทริฟิเคชั่น (Vitrification) มีการพัฒนาต่อยอดสูงมากทำให้ อัตราการรอดชีวิตของตัวอ่อนหลังละลายสูงถึง 95-98% มักไม่ทำให้มีผลกระทบต่อตัวอ่อน ดังนั้น คนไข้จึงไม่ต้องกังวลหากแพทย์แนะนำให้พักร่างกายแล้วย้ายในรอบแช่แข็ง เพื่อโอกาสในการตั้งครรภ์สูงขึ้น อย่างมีนัยยสำคัญ


บทความที่เกี่ยวข้อง
การทำ ICSI กับ IVF ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดี | ศูนย์ผู้มีบุตรยาก เจ้าพระยา
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง ICSI (อิ๊กซี่) และ IVF ทำเด็กหลอดแก้วแบบไหนเหมาะกับใคร? สรุปเข้าใจง่าย พร้อมสถิติอัตราความสำเร็จปี 2025 โดยศูนย์ผู้มีบุตรยากเจ้าพระยา-จินตบุตร
Picture1.png รศ.นพ.สุภักดี จุลวิจิตรพงษ์
22 ก.ค. 2026
ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน PGT-A จำเป็นแค่ไหน? ข้อมูลและปัจจัยรอบด้านเพื่อการตัดสินใจทำ IVF/ICSI
ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF / ICSI) คำถามที่คู่สามีภรรยาและผู้เข้ารับบริการมักจะต้องร่วมหาคำตอบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอคือ "ควรส่งตรวจโครโมโซมตัวอ่อนด้วยวิธี PGT-A ดีหรือไม่?" การตรวจ PGT-A ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีทางเลือกที่เข้ามามีบทบาทในกระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยาก อย่างไรก็ตาม การตรวจนี้ไม่ได้เป็นข้อบังคับสำหรับผู้ทำ IVF ทุกเคส การทำความเข้าใจหลักการ ข้อดี ข้อจำกัด ตลอดจนปัจจัยของตัวอ่อนที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน จะช่วยให้คุณสามารถประเมินความคุ้มค่าและความเหมาะสมตามบริบทของตนเองได้อย่างมั่นใจ
Picture1.png รศ.นพ.สุภักดี จุลวิจิตรพงษ์
28 ส.ค. 2026
ตรวจเจอเนื้องอกมดลูก! อยากทำ ICSI ต้องผ่าตัดก่อนไหม? เจาะลึกลำดับการรักษา และเทคนิคย้ายตัวอ่อนให้ติด
การตรวจพบ "เนื้องอกมดลูก" (Uterine Fibroids / Myoma Uteri) เป็นหนึ่งในภาวะที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ มาเจาะลึกข้อเท็จจริงทางการแพทย์อย่างรอบด้าน เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนรักษาอย่างแม่นยำคู่รักส่วนใหญ่มักเกิดความกังวลใจว่า “เนื้องอกนี้จะเป็นอุปสรรคขัดขวางการทำ ICSI หรือไม่?” หรือ “ควรผ่าตัดเนื้องอกออกให้หมดก่อน แล้วค่อยเริ่มกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วดีหรือไม่?”
Picture1.png รศ.นพ.สุภักดี จุลวิจิตรพงษ์
18 ก.ย. 2026
icon-messenger
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy